แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i ใหการเดินสํารวจในมาตรานี้ รวมถึงการเดินสํารวจออกหนังสือรับรองการทําประโยชนดวย จึงไดมีกําหนด ความเกี่ยวกับเขตปาไมถาวรขึ้นและใชบังคับมาจนถึงปจจุบัน นอกจากนี้ ยั ง มี ป  ญ หาความสั บ สนในการตี ค วามกฎหมายของหน ว ยงานของรั ฐ เกี่ ย วกั บ สถานะ ทางกฎหมายของที่ ดิ น ซึ่ ง อยู  ใ นเขต ส.ป.ก. ที่ รั บ มอบมาจากกรมป า ไม รวมทั้ ง การตี ค วามกฎหมาย ในเรื่ อ งคํ า จํ า กั ด ความของ คํ า ว า “ท อ งที่ ที่ ท างราชการให จํ า แนกให เ ป น เขตป า ไม ถ าวร” ตามมาตรา 58 แหงประมวลกฎหมายที่ดิน วามีความหมายแคไหน เพียงใด เนื่องจาก ความเห็นของสวนราชการที่เกี่ยวของ อาทิ กรมปาไม กรมพัฒนาที่ดิน และกรมที่ดิน มีความเห็นขัดแยงกัน 3. ปญหาการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินในบริเวณพื้นที่คาบเกี่ยวกับเขตปาชายเลน ผลการศึกษา พบวา มาตรการของรัฐที่ไดออกมา โดยมุงหวังใหการบุกรุกที่ปาชายเลนลดนอยลงหรือใหคงสภาพปาชายเลน ไวใหไดมากที่สุดนั้น จําเปนจะตองมีบทบัญญัติของกฎหมายรองรับมาตรการดังกลาวดวย จึงจะมีสภาพบังคับใช ตามกฎหมายได เพราะการใชอํานาจของฝายบริหารหรือฝายปกครองยอมไมสามารถใชบังคับกับประชาชน ที่มีสิทธิในการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินโดยชอบดวยกฎหมายได 4. ปญหาการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินในเขตที่มีพระราชกฤษฎีกาหวงหามไวเพื่อใชในราชการทหาร ผลการศึกษา พบวา มติคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติป พ.ศ. 2517 มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2536 และมติของคณะกรรมการประสานการแกไขปญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐสวนกลาง (กปร. สวนกลาง) ถือเปนมาตรการของฝายบริหารในการควบคุมดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินของรัฐมิใหตกเปนประโยชน แก ฝ  า ยหนึ่ ง ฝ า ยใดโดยเฉพาะ และส ง ผลให ก ารแก ป  ญ หาเกี่ ย วกั บ ที่ ดิ น ในเขตพระราชกฤษฎี ก าหวงห า ม ไวเพื่อประโยชนในราชการทหารไมเปนที่ยุติ อยางไรก็ตาม การเปนที่ดินของรัฐใชวาจะดํารงอยูตลอดไปหรือเปลี่ยนแปลงไมได รัฐอาจถอนสภาพ จากการเปนที่ดินอันเปนสาธารณประโยชนสมบัติของแผนดินใหเปนที่ดินที่มีเอกชนหรือประชาชนเปนเจาของได ถาหากที่ดินเหลานี้ในภายหลังราษฎรไมไดใชประโยชนตอไปแลว หรือรัฐหาที่ดินอื่นใหราษฎรใชประโยชนแทน เมื่อที่ดินหมดสภาพการเปนสาธารณะ ตามมาตรา 8 วรรค 2 ประมวลกฎหมายที่ดิน ใหถอนสภาพได โดยออก เป น พระราชกฤษฎี ก า การถอนสภาพเช น นี้ ประมวลกฎหมายที่ ดิ น ไม ไ ด บั ญ ญั ติ ว  า เมื่ อ ถอนสภาพแล ว จะเปนที่ดินประเภทอะไร ดังนั้น รัฐอาจใหเปนที่รกรางวางเปลาตอไปก็ไดถามีสภาพเชนนั้น หรือใหมีเจาของ หรือผูครอบครองไป โดยนําไปขึ้นทะเบียนเพื่อใหทบวงการเมืองใชประโยชนในราชการตามมาตรา 8 ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน หรือใหบุคคลใดเขาจับจองใชประโยชนตอไปก็ได เพราะในการปฏิบัติราชกา��� ของฝายปกครองนั้นตองอาศัยฐานทางกฎหมายโดยเฉพาะเมื่อจะกระทําการกระทบเสรีภาพของประชาชน ขณะเดียวกันก็มีการศึกษาวิจัยจํานวนมากที่ศึกษาคนหาแนวทาง วิธีการ และขอเสนอเพื่อใหเกิด การจัดการที่ดินและปาใหเกิดความเทาเทียมและเปนธรรมบนฐานแนวคิดการจัดการอยางมีสวนรวมของทองถิ่น แนวคิดเรื่องธรรมาภิบาล รวมทั้งแนวคิดดานสิทธิมนุษยชน เชน บทความเรื่องสิทธิในที่ดินของชุมชน : โฉนดชุมชน และขอกฎหมายที่เกี่ยวของโดย อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ ที่ระบุวา การใหสิทธิชุมชนจัดการที่ดินเปนทางออก อยางหนึ่งในการแกไขปญหาสิทธิในที่ดินซึ่งจะตองกําหนดขอบเขตพื้นที่องคประกอบหรือผูแทนชุมชนเงื่อนไข รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม” 37

Select target paragraph3