แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i 1. กรอบคิดการวิจัย 1.1 ความเปนมา ปญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยไดขยายตัวไปอยางกวางขวางในทุกมิติและทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในดานทีด่ นิ และทรัพยากรธรรมชาติอนั เปนฐานชีวติ ของประชาชนสวนใหญของประเทศ แมคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแหงชาติ (กสม.) จะไดแตงตั้งอนุกรรมการดานที่ดินและปาใหทําหนาที่ตรวจสอบเรื่องรองเรียน การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิทธิในการจัดการที่ดินและปาไมอยางแข็งขัน ตลอดจนจัดทําขอเสนอแนะ การแกไขปญหาเชิงนโยบายและกฎหมาย ระเบียบตลอดจนแนวปฏิบัติที่เกี่ยวของ รวมทั้งทําการศึกษาวิจัยสาเหตุ ของปญหาการละเมิดสิทธิ ตลอดจนสงเสริมใหเกิดความรูค วามเขาใจและพัฒนากลไกการคุม ครองสิทธิของประชาชน ดานสิทธิในการจัดการที่ดินและปาไมมาตั้งแตป พ.ศ. 2552 แลว เรื่องรองเรียนการละเมิดสิทธิประชาชนเกี่ยวกับ เรื่องที่ดินและปาก็ยังไมมีทีทาวาจะลดลง แตกลับเพิ่มขึ้นเปนจํานวนมากกวา 500 เรื่อง (นับตั้งแตป พ.ศ. 2544 เปนตนมา) ทั้งจากหนวยงานของรัฐและจากเอกชน ซึ่งจากการตรวจสอบเรื่องรองเรียนดังกลาวนี้ไดพบการละเมิด สิทธิในหลายรูปแบบหลายลักษณะ นอกเหนือจากการกระทําของเจาหนาที่ของรัฐที่ไมเหมาะสม การทุจริต การเลือกปฏิบัติ จากขอมูลหลักฐานเชิงประจักษพบวา เหตุปจจัยรากเหงาของขอพิพาทสวนใหญเกิดจากโครงสราง นโยบายและกฎหมายในหลายแงมุม อาทิ ระเบียบกฎหมายเกาแกลาสมัยไมสอดคลองกับบริบทของสังคม กฎหมายมีความซับซอน การเลือกใชกฎหมาย ฯลฯ สงผลใหเกิดการใชอํานาจรัฐและกระบวนการยุติธรรม อยางไมเหมาะสมเปนเครื่องมือละเมิดสิทธิของประชาชนอยางกวางขวาง และเปนเหตุใหมีเรื่องรองเรียนเขามายัง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติและหนวยงานอื่น ๆ ของรัฐเปนจํานวนมากจนตรวจสอบไมทัน ยิ่งกวานั้น ในการเชิญเจาหนาที่รัฐและบุคคลที่เกี่ยวของมาไตสวนใหขอมูลและความเห็นเกี่ยวกับนโยบายและกฎหมาย ยังพบวา มีประเด็นทางกฎหมายจํานวนมากที่แมแตพนักงานเจาหนาที่ของรัฐ รวมทั้งนิติกรและนักวิชาการ ดานกฎหมายเองก็สับสน ไมสามารถใหคําตอบไดเพราะไมมีความรูหรือความรูเกาไมทันสมัย แตใชหลักฐาน ตามความเขาใจของตนสงฟองศาล และศาลก็มิไดออกไปไตสวนหาขอเท็จจริง จึงมักเชื่อหลักฐานของเจาหนาที่รัฐ มากกวาหลักฐานความเปนจริงเชิงประจักษในพื้นที่ ประชาชนจึงมักแพคดีอันเนื่องจากไมไดรับความเปนธรรม จากกระบวนการยุติธรรมดังกลาว จนตองออกมารองเรียนและชุมนุมประทวงกันตามที่ทราบกันดีแลว การแก ป  ญ หาการละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนด า นที่ ดิ น และป า จึ ง ไม เ พี ย งแค ก ารตรวจสอบการละเมิ ด สิทธิมนุษยชนอันเปนการแกปญหาที่ปลายเหตุที่นับวันจะมีจํานวนเพิ่มขึ้นมากเทานั้น แตจะตองแกไขปญหา เชิงโครงสรางที่นโยบายและกฎหมาย อันเปนเหตุใหเกิดการปฏิบัติอยางไมเปนธรรมและละเมิดสิทธิประชาชนดวย แตงานศึกษาวิจัยในปจจุบันซึ่งสวนใหญเปนงานวิจัยของสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สถาบันวิจัย เพือ่ การพัฒนา สถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย และองคกรพัฒนาเอกชนดานทรัพยากร พบวา มีจาํ กัดไมมากนัก และไมครอบคลุมปญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งเกิดจากการกระทําของหนวยงานรัฐตาง ๆ งานวิจัยสวนใหญ รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่���ินและปาไม” 1

Select target paragraph3