32 | รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
จากหลักการข้างต้น จะเห็นได้ว่า แนวคิดการเลือกปฏิบัติยังคงบัญญัติอยู่ในมาตรา 30 โดยนา
แนวคิดความเสมอภาคระหว่างเพศ แนวคิดการเลือกปฏิบัติมาจากรัฐธรรมนูญฉบับปี พุทธศักราช 2540 แต่มี
การเพิ่มเติมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติใหม่เช่น ความพิการ43
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบั บปี พุทธศักราช 2540 พบว่า การวาง
หลักเกี่ยวกับความเสมอภาคและการเลือกปฏิบัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญฉบับ
ปี พุทธศักราช 2540 กล่าวคือ กาหนดความเท่าเทียมกันไว้เป็นหลัก โดยกาหนดการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม
ไว้ว่าเป็นสิ่งซึ่งขัดต่อหลักความเท่าเทียมกันดัง กล่าว และกาหนดยกเว้นการกระทาบางอย่างซึ่งมีลักษณะของ
มาตรการที่ปฏิบัติแตกต่างกันต่อบุคคล แต่เป็นไปเพื่อส่งเสริมให้บรรลุวัตถุประสงค์ความเท่าเทียมกันว่าไม่เป็น
การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม โดยนัยดังกล่าวสะท้อนถึงแนวคิด การจาแนกความแตกต่างของ “การปฏิบัติที่
แตกต่างกัน ต่อ บุ ค คล” (Differential treatment) ออกเป็ น “การเลื อกปฏิ บั ติที่ ไม่เป็ น ธรรม” และ “การ
กระทาที่ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ ” ซึ่งอาจเรียกโดยพิจารณาความหมายตรงข้ามกันกับการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็น
ธรรมว่า “การเลือกปฏิบัติที่เป็นธรรม” แม้ว่าคานี้จะไม่มีกาหนดไว้ในรัฐธรรมนูญก็ตาม
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ก็ยังคงบัญญัติรับรองหลัก ความเสมอ
ภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติ ดังนี้
มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นม��ุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความ
คุ้มครอง ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน
มาตรา 27 บุ คคลย่ อมเสมอกั น ในกฎหมาย มีสิ ท ธิและเสรีภ าพและได้รับ ความคุ้ มครองตาม
กฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกาเนิด เชื้อชาติ
ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุ คคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม
ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
หรือเหตุอื่นใด จะกระทามิได้
มาตรการที่รัฐกาหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิหรือเสรีภาพได้
เช่นเดี ย วกับ บุคคลอื่น หรือ เพื่อ คุ้มครองหรืออานวยความสะดวกให้ แก่เด็ ก สตรี ผู้ สู งอายุ คนพิการ หรื อ
ผู้ด้อยโอกาส ย่อมไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม
จากหลักการที่รัฐธรรมนูญฉบับปี พุทธศักราช 2560 จะเห็นได้ว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยยะ
สาคัญกับรัฐธรรมนูญฉบับปี พุทธศักราช 2550 กล่าวคือ มีการบัญญัติรับรองหลักความเสมอภาคไว้ในมาตรา
4 หมวดทั่วไป แต่มีการรวมบทบัญ ญัติมาตรา 4 และมาตรา 5 เดิม เข้าไว้เป็นมาตรา 4 เพียงมาตราเดียว โดย
มาตรา 5 เดิมซึ่งบัญญัติว่า “ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากานิด เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ใน ความคุ้มครอง
43
จาก เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 (น. 23), โดย คณะกรรมการวิสามัญบันทึก
เจตนารมณ์ จดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุ ม สภาร่างรัฐธรรมนู ญ , 2551, ใน รายงานวิจัย ฉบับสมบูรณ์ เรื่อ ง
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ. เล่มเดิม. (น. 222).