viii | รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
สาหรับประเทศไทย การคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุจะเน้นด้านสวัสดิการแก่ผู้สูงอายุบนฐานของ
แนวคิดว่าผู้สูงอายุเป็นกลุ่มประชากรที่เปราะบาง ระบบประกันสังคมแล���ประกันสุขภาพจะครอบคลุมเฉพาะ
กลุ่มผู้สูงอายุที่เคยทางานอยู่ในระบบการจ้างงานจากภาครัฐและภาคเอกชน แต่ไม่ครอบคลุ มถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่
ทางานอยู่น อกระบบการจ้างงานหรือประกอบกิจการของตนเอง ในแง่ของความมีศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ ซึ่ง
สามารถตัดสินใจบนทางเลือกต่างๆที่มีอยู่ อาจกล่าวได้ว่า ผู้สูงอายุไทยที่ไม่ใช่กลุ่มเปราะบางและไม่ได้อยู่ใน
ระบบการจ้างงานที่มีนายจ้าง ซึ่งเป็นกลุ่ มประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศ ยังไม่มีทางเลือกในการสร้างความ
มั่นคงทางสังคมที่เหมาะสมกับความต้องการภายใต้การตัดสินใจของตนเอง
3. การขาดหลั ก เกณฑ์ ด้ า นรายได้ เพื่ อ รั บ สวั ส ดิ ก ารสั ง คมเพื่ อ ลดการใช้ ดุ ล ยพิ นิ จ : การรั บ
สวัสดิการสั งคมของผู้ สู งอายุ ที่เป็ น ที่ รับ รู้ของผู้สู ง อายุ ทุกคน คือ เบี้ยยั งชีพ ของผู้ สู งอายุ ซึ่งเป็ นสวัส ดิการ
ครอบคลุมผู้สูงอายุทุกคนถ้วนหน้า (Universal coverage) อย่างไรก็ตามในการให้สวัสดิการสังคมแก่ผู้สูงอายุ
ที่ “ยากจน” หรือ “รายได้ต่า” ยังขาดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการคัดเลือกผู้สูงอายุ ในประเทศต่าง ๆ ที่ศึกษา
จะมี เกณฑ์ ในการก าหนดความยากจนหรื อ รายได้ ต่ าไว้ชั ด เจน ที่ เ รีย กว่า เส้ น ขีด ความยากจน (Poverty
Threshold) หรือ เส้ น ขีดรายได้ ขั้น ต่ า (Minimum Income Threshold) เป็ น การลดการใช้ดุ ล ยพิ นิจของ
ผู้บริหารจัดการคัดเลือกคุณสมบัติของผู้รับสวัสดิการของรัฐได้
4. การไม่มีหน่วยปฏิบัติงานในระดับท้องถิ่น : การไม่มีห น่วยปฏิบัติงานในระดับท้องถิ่นของ
กระทรวงที่รับผิดชอบงานด้านคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุ เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ หรือ กระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคม การเคหะแห่งชาติ ซึ่งมีหน่วยงานอยู่ในระดับจังหวัด ยกเว้น
กระทรวงสาธารณสุขที่มีหน่���ยงานปฏิบัติในระดับอาเภอ ทาให้การปฏิบัติงานความคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุ
ต้องเป็นการขอความร่วมมือจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน่วยปฏิบัติงาน
ถึงในระดับหมู่บ้านและชุมชน แต่ไม่มีบทบาทหน้าที่โดยตรงในการคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุด้านเศรษฐกิจและ
สังคมในการจ้างงาน การประกันสังคม ยิ่งกว่านั้น วิธีการงบประมาณ ก็เป็นการกระจายงบประมาณไปตาม
โครงการของแต่ล ะหน่ วยงานที่ รับ ผิ ดชอบ เกิดปัญ หา “การรินไหลของงบประมาณ”ที่ ไปหยุดอยู่ที่ระดับ
จังหวัด/อาเภอ แต่ไม่สามารถลงไปถึงในระดับท้องถิ่นได้ทันเวลาตามความต้องการในท้องถิ่น รวมทั้งการใช้
งบประมาณเพื่อโครงการสาหรับผู้สูงอายุในท้องถิ่น หน่วยงานในระดับท้องถิ่นไม่สามารถใช้งบประมาณผิด
ประเภทและข้ามโครงการระหว่างหน่วยงานกลางได้
5. การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน: การขาดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการคุ้มครองสิทธิ
ของผู้สูงอายุ ทั้งในภาคประชาสังคม ซึ่ งได้แก่ องค์กรไม่แสวงหากาไร และภาคเอกชน ประเทศไทยยังขาด
ภาคเอกชนที่จะดาเนินการในลักษณะของวิสาหกิจหรือธุรกิจที่ไม่แสวงหากาไร (Social enterprises) ในการ
จัดให้บริการแก่ผู้สูงอายุ เพื่อแบ่งเบาภาระกิจและงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ
สาหรับการมีส่วนร่วมของสมาชิกในครอบครัวในการดูและผู้สูงอายุ โดยเฉพาะ คู่สมรส หรือบุตร
หลานที่มีงานทา แต่ต้องลาออกจากงาน เพื่อมาดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยตนเองไม่ได้ บุคคลเหล่านี้ก็ยังไม่ได้รับการ
คุ้มครองหรือช่วยเหลือจากนโยบายหรือมาตรการใดๆในการส่งเสริมให้มีส่วนร่วม มีมาตรการจูงใจทางภาษี คือ
การลดหย่อนภาษีในกรณีเลี้ยงดูบุพการี ในกรณีที่บุพการีไม่มีรายได้ ซึ่งอาจไม่ใช่มาตรการจูงใจพอที่จะช่ วย