โครงการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทาข้อเสนอแนะนโยบายหรือมาตรการเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของผู้สูงอายุ :1111
กรณีการเลือกปฏิบัติในผู้สูงอายุ | v
ร่วมกิจกรรมชมรม และการบริการด้านการศึกษา ตามลาดับ ที่น่าสนใจ คือ การเข้าใช้บริการจัดหางานของ
ภาครัฐ โดยผู้ สูงอายุ มีสั ดส่ วนที่ ต่ากว่าการให้ บ ริการของภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม การเข้าใช้บริการจาก
ภาคเอกชนมีน้อยมาก และจากองค์กรไม่แสวงหากาไร กล่าวได้ว่าไม่เคยเข้าใช้บริการเลย ภาค รัฐจึงเป็นผู้
ให้บริการทางเศรษฐกิจและสังคมที่สาคัญ
2. ด้านสิ ทธิป ระโยชน์ ด้านสุ ภ าพและคุณ ภาพชีวิต ซึ่งได้แก่ การบริการด้ านสาธารณสุ ข
(การป้ อ งกั น การรั กษา การฟื้ น ฟู บ าบั ด ) และการบริก ารด้ านการประชาสงเคราะห์ นั้ น ภาครัฐ ยั งเป็ น ผู้
ให้ บริการที่ส าคัญ ที่สุดที่ผู้ สูงอายุ ส่ วนมากเกือบทั้งหมดได้เข้าใช้บริการ รองลงมา คือ ภาคเอกชน แต่เป็น
สัดส่วนที่ต่ากว่าของภาครัฐมากๆ สาหรับองค์กรไม่แสวงหากาไร นั้นไม่มีบทบาทแต่อย่างใด
3. ด้า���สิ ทธิป ระโยชน์ ด้านกระบวนการยุติธรรม สั ดส่ วนผู้ สู งอายุน้ อยกว่าครึ่งหนึ่งของ
ผู้ตอบ เคยเข้าใช้บริการด้านกฎหมายจากภาครัฐ ในขณะที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุไม่เคยใช้บริการจาก
ภาครัฐ และเกือบทั้งหมดของผู้สูงอายุไม่เคยเข้าใช้ บริการของภาคเอกชน สาหรับบริการด้านกฎหมายของ
องค์กรไม่แสวงหากาไร ผู้ สูงอายุไม่เคยเข้าใช้บริการเลย ดังนั้น การเข้าใช้สิทธิประโยชน์ด้านกระบวนกา ร
ยุติธรรมนั้น ภาครัฐก็เป็นผู้ให้บริการที่สาคัญเช่นเดียวกับ แต่เป็นสิทธิประโยชน์ที่ผู้สูงอายุในสัดส่วนประมาณ
ร้อยละ 60 ไม่เคยเข้าใช้ประโยชน์เลย
4. ในการเข้าใช้บริการด้านต่าง ๆ ภายใต้สิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุนั้น ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุ
เข้าใช้บริการภาครัฐและภาคเอกชนด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยผู้ใด รองลงมา คือ อาศัยบุตรหลาน และ
ตามมาด้วย คู่สมรส
5. สาหรับอุปสรรคสาคัญ 3 อันดับแรกในการเข้าใช้บริการด้านต่างๆของภาครัฐและเอกชน
นั้น อุปสรรคสาคัญอันดับแรกการเช้าใช้บริการด้านต่างๆของภาครัฐ คือ กระบวนการ/ขั้นตอนในการเข้าใ ช้
บริการยุ่งยาก ลาดับที่สอง ได้แก่ ตัวผู้สูงอายุเองที่มีความกลัวในการเข้าใช้บริการของภาครัฐ และอันดับที่สาม
ได้แก่การเดินทางไม่สะดวก ในขณะที่ในการเข้าใช้บริการของภาคเอกชนนั้น อุปสรรคสาคัญอันดับแรก ได้แก่
ค่าใช้จ่ ายสู ง อัน ดับ ต่อมา คือ ความกลั วในการเข้าใช้บริ การโดยตัวของผู้ สู งอายุ เอง และอันดับที่ส าม คือ
กระบวนการ/ขั้นตอนยุ่งยาก
(3) การรั บ รู้ เกี่ ย วกั บ สิ ท ธิข องผู้ สู งอายุ ต ามสิ ท ธิ ของผู้ สู งอายุ : จ านวน 12 ข้ อ ที่ ได้ ระบุ ไว้ใน
พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่และทุกกลุ่มวัยอายุมีการรับรู้ถึงสิ ทธิในการได้รับ
คว��มคุ้มครองด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต มากที่สุด (ได้แก่ 1. สิทธิในการได้รับ บริการทางการแพทย์และ
สาธารณสุขที่สะดวกและรวดเร็ว และ 2. การสงเคราะห์ค่าจัดการศพ) รองลงมา คือ การคุ้มครองด้านสิทธิ
ในทางเศรษฐกิจและสังคม (1. สิทธิในการได้รับการสงเคราะห์เบี้ ยยังชีพเป็นรายเดือน 2. การพัฒนาตนเอง
และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสังคมและการรวมกลุ่มในลักษณะเครือข่าย 3. การอานวยความสะดวกและ
ความปลอดภัยในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ และบริการสาธารณะอื่น ๆ 4. การช่วยเหลือด้านค่าโดยสาร
ยานพาหนะ 5. การยกเว้น ค่ าเข้าชมสถานที่ ข องรั ฐ 6. การประกอบอาชี พ และการฝึ ก อาชีพ ที่ เหมาะสม
7. การศึกษา ศาสนา ข้อมูล ข่าวสารที่เป็ น ประโยชน์ต่อการดาเนินชีวิต และ 8. การจัดที่พักอาศัย อาหาร
เครื่ อ งนุ่ งห่ ม ตามความจ าเป็ น ) ในขณะที่ สิ ท ธิที่ ผู้ สู งอายุส่ วนใหญ่ ทุ ก กลุ่ มวัย อายุไม่ ได้ รั บ รู้ว่าได้ รับ ความ