พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของประชาคมอาเซียน
Human Rights Obligations of the ASEAN Community
๗.๒.๑ การปฏิรูปกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน (Reform of ASEAN Human Rights Mechanism)
การประกาศใช้กฎบัตรอาเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ และก่อตั้ง AICHR ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ถือเป็นหลัก
หมุดที่ส�ำคัญในประวัติศาสตร์สิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคของอาเซียน อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะเวลากว่า ๖ ปีที่ AICHR
ได้ปฏิบัติหน้าที่มาถึงสองวาระ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า AICHR และกลไกสิทธิมนุษยชนของอาเซียนอื่นๆ ไม่สามารถท�ำหน้าที่
ในการให้ความคุ้มครองผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือกรณีมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาคซึ่งไม่อาจพึ่งพิง
กลไกสิทธิมนุษยชนของประเทศสมาชิกใดเป็นการเฉพาะได้ จากสาเหตุที่ได้วิเคราะห์ไว้ในบทที่ ๖ ดังนั้น การปฏิรูปกลไก
สิทธิมนุษยชนอาเซียนจึงถือเป็นทางออกที่ส�ำคัญและจ�ำเป็นเพื่อให้อาเซียนก้าวข้ามข้ออ้างที่มักถูกหยิบยกว่า การส่งเสริม
ควรมาก่อนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (Promotion first, protection later) ซึ่งการทบทวนขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ของ
AICHR เมื่อครบระยะเวลา ๕ ปีนับแต่ประกาศใช้ TOR เป็นกลไกที่ก�ำหนดไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้วในเอกสาร TOR แต่เมื่อ
ครบก�ำหนดระยะเวลาดังกล่าวกลับยังขาดความชัดเจนในระดับนโยบายว่าจะให้มีการทบทวนเอกสารดังกล่าวหรือไม่และ
อย่างไร ทั้งนี้ โดยที่หน่วยงานที่มีอ�ำนาจหน้าที่โดยตรงในการแก้ไขปรับปรุงขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ของ AICHR คือ ที่ประชุม
รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (AMM) กสม. จึงควรผลักดันให้สถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติอื่นๆ ในอาเซียนมีท่าทีและ
จัดท�ำข้อเสนอแนะร่วมกันต่อ AMM ให้เร่งด�ำเนินการให้มีการทบทวน TOR ของ AICHR เพื่อให้สามารถท�ำหน้าที่เป็น
องค์กรสิทธิมนุษยชนที่ท�ำหน้าที่ทั้งในด้านการส่งเสริมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในอาเซียนได้อย่างเต็มรูปแบบต่อไป
๗.๒.๒ การผลั ก ดั น สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนให้ เ ป็ น แนวนโยบายและเป้ า หมายของประชาคมอาเซี ย น
(Mainstreaming of Human Rights in the ASEAN Community)
ดังที่ได้วิเคราะห์ในบทที่ ๖ เกี่ยวกับทิศทา��การพัฒนาของประชาคมอาเซียนแล้วว่า ประชาคม
อาเซียนก�ำหนดพันธกรณีนอกเหนือจากมาตรการทางด้านเศรษฐกิจ โดยยังรวมถึงพันธกรณีความร่วมมือในด้านการเมือง
และความมั่นคง และด้านสังคมและวัฒนธรรมอีกด้วย ซึ่งในวิสัยทัศน์ในระยะสิบปีข้างหน้าของอาเซียนก็ได้น�ำประเด็น
สิทธิมนุษยชนก�ำหนดเป็นเป้าหมายอย่างชัดเจนในประชาคมสังคมและวัฒนธรรม และอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นในประชาคม
การเมืองและความมัน่ คง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีอยูว่ า่ จะท�ำให้วสิ ยั ทัศน์เหล่านีม้ ผี ลในทางปฏิบตั ไิ ด้อย่างไร อีกทัง้
ในประชาคมเศรษฐกิจไม่ปรากฏการอ้างอิงหรือแนวคิดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ชัดเจนมีเพียงหลักการเรื่องการพัฒนา
อย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ซึ่งยังต้องรอชั้นการอนุวัติการตามวิสัยทัศน์ดังกล่าวว่าจะสามารถพัฒนา
และน�ำแนวคิดสิทธิมนุษยชนซึง่ เป็นประเด็นพืน้ ฐานทีม่ คี วามเกีย่ วพันกับทุกภาคส่วนของประชาคม (Crosscutting Issue)
และรวมถึงการน�ำเป้าหมายการพัฒนาอย่างยัง่ ยืน (Sustainable Development Goals)60 เป็นส่วนหนึง่ ของการด�ำเนินการ
ควบคู่กับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของอาเซียนว่าจะสามารถด�ำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงไร ความท้าทายนี้
จึงเป็นประเด็นทีป่ ระเทศไทยจะสามารถแสดงบทบาทการเป็นผูน้ ำ� ในการผลักดันให้มกี ารน�ำแนวคิดสิทธิมนุษยชนในด้านต่าง ๆ
เป็นวาระของประชาคมในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในประเด็นที่ประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญหรือได้รับการยอมรับ
จากนานาประเทศ เช่น การให้ความคุ้มครองผู้พิการ หรือการก�ำหนดนโยบายสาธารณสุขที่ให้สิทธิประชาชนในการเข้าถึง
การได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง (Universal Healthcare) และส�ำหรับ กสม. ประเด็นที่สมควรผลักดันให้ทุกประชาคมของ
อาเซียนก�ำหนดเป็นวาระระดับภ���มิภาค คือ การจัดการผลกระทบเชิงลบต่อสิทธิมนุษยชนด้านต่าง ๆ (Negative Impacts)
60
un.org/
เป้าหมายการพัฒนาอย่างยัง่ ยืนทัง้ ๑๗ ด้านและตัวชีว้ ดั ทีเ่ กีย่ วข้อง ๑๖๙ ข้อ สืบค้นได้จาก https://sustainabledevelopment.
ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
97