เลขาธิการอาเซียนสามารถร้องขอให้คณะกรรมาธิการปฏิบัติภารกิจอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งอาจน�ำไปสู่การ ร้องขอให้มีคณะกรรมาธิการมีการสร้างกลไกรับเรื่องราวร้องทุกข์ แต่จนกระทั่งถึงปัจจุบันทั้งสององค์กรยังไม่เคยมีการใช้ อ�ำนาจตามมาตราดังกล่าว ความคลุมเครือและการขาดการบัญญัติถึงกลไกรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนท�ำให้ คณะกรรมาธิการไม่สามารถปฏิบตั ภิ ารกิจด้านการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากพิจารณากระบวนการ ตัดสินใจของคณะกรรมาธิการที่ใช้ฉันทามติเป็นหลัก ความคาดหวังของกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่ต้องการให้มีการจัดตั้ง “ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งอาเซียน” ในลักษณะเดียวกับศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปหรือภูมิภาคอื่น ๆ คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ยากยิ่งในทศวรรษนี้ สิ่งที่มีความเป็นไปได้มากกว่าคือการปรับปรุงข้อก�ำหนดในเอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ให้มีความ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คณะกรรมาธิการสามารถพิจารณาตรวจสอบประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศสมาชิก ตลอดจนการเสนอแนะให้มีการ��ก้ไขปรับปรุงที่เหมาะสม ๒. ความท้าทายเกี่ยวกับการให้โอกาสผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะองค์กรในภาคประชาสังคม มีส่วนร่วมในกระบวนการปรับปรุงกลไกสิทธิมนุษยชน AICHR มีประสบการณ์โดยตรงมาแล้วจากกรณีการยกร่างปฏิญญาสิทธิมนุษยชนอาเซียนที่ ได้รับการวิจารณ์จากองค์กรภาคประชาสังคมและองค์กรสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ที่ไม่ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น หรือเปิดเผยเอกสารเพื่อการหารือเท่าที่ควร ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นและอาจเกิดขึ้นได้อีกในกระบวนการทบทวนขอบเขต อ�ำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ คือ การสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้แทนในคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับการเปิด โอกาสให้องค์กรภาคประชาสังคมมีส่วนรับรู้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความเป็นเจ้าของ (Ownership) ใน กระบวนการและผลผลิตที่จะเกิดขึ้น โดยสรุป การส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนในภูมภิ าคอาเซียน มีพฒ ั นาการทีด่ ขี นึ้ เป็นล�ำดับ นับตั้งแต่มีการจัดตั้งประชาคมอาเซียนและคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน แต่ยังมีความ ท้าทายอีกหลายประการที่ต้องได้รับการจัดการร่วมกันอย่างเป็นระบบและจริงจังจากประเทศสมาชิกและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง การเข้าสูป่ ระชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นระยะเวลาทีจ่ ะพิสจู น์วา่ กลไกสิทธิมนุษยชนของอาเซียน จะสามารถพัฒนาได้อย่างมีมาตรฐานทัดเทียมกับภูมภิ าคอืน่ ๆ หรือไม่ โดยจะเป็นระยะเวลาทีม่ กี ารปรับปรุงเอกสารขอบเขต อ�ำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการตลอดจนกฎบัตรของอาเซียน ซึ่งเป็นความหวังของประชาชนอาเซียนว่าจะเป็นเสาหลัก ที่จะท�ำให้สิทธิมนุษยชนของประชาชนอาเซียนได้รับการส่งเสริมและคุ้มครองที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ๖.๓ การพัฒนาตราสารด้านสิทธิมนุษยชน ปฏิญญาสิทธิมนุษยชนอาเซียน (AHRD) เป็นตราสารระดับภูมิภาคที่แสดงให้เห็นถึงเจตจ�ำนงทางการเมือง ของรัฐสมาชิกอาเซียนในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่างๆ และจะถูกใช้เป็นเอกสารอ้างอิงในการพัฒนา ตราสารสิทธิมนุษยชนอืน่ ๆ ของอาเซียน ทัง้ ทีเ่ ป็นตราสารทางการเมือง เช่น ปฏิญญาหรือแผนงานระดับภูมภิ าค (Regional Plan of Action) และทีเ่ ป็นตราสารทางกฎหมาย เช่น อนุสญ ั ญา โดยทิศทางเริม่ มีความเป็นรูปธรรมมากขึน้ เมือ่ ผูน้ ำ� อาเซียน รับรองอนุสัญญาอาเซียนต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก (ASEAN Convention against Trafficking, Especially Women and Children) ซึ่งผ่านการเจรจาโดยที่ประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านอาชญากรรมข้ามชาติ (Senior 88 ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

Select target paragraph3