พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของประชาคมอาเซียน Human Rights Obligations of the ASEAN Community เป็นข้าราชการหรืออดีตข้าราชการของกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิก ท�ำให้ความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นไป ในทางที่ว่าผู้แทน AICHR มีสถานะเป็นผู้แทนรัฐบาล ซึ่งท�ำให้การท�ำงานเกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีความอ่อนไหว หรือจะกระทบต่อชือ่ เสียงของประเทศ จึงท�ำให้กระบวนการตัดสินใจและแนวทางการด�ำเนินงานของของผูแ้ ทนทัง้ สองกลุม่ มีความแตกต่างกัน ๓. กระบวนการตัดสินใจ AICHR มีกระบวนการตัดสินใจโดยอาศัยการปรึกษาหารือ (Consultation) และยึดหลักฉันทามติ (Consensus) ตามที่ระบุไว้ในเอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ข้อ ๖.๑ อย่างไรก็ตาม กระบวนการตัดสินใจที่ใช้ในปัจจุบัน ได้กลายเป็นอุปสรรคหนึ���่ ของการด�ำเนินงานของ AICHR โดยเฉพาะการยึดหลักฉันทามติทตี่ อ้ งอาศัยความเห็นพ้องต้องกัน ของผู้แทนคณะกรรมาธิการทั้ง ๑๐ คนเพื่อผ่านวาระหนึ่ง ๆ ปัญหาหลักของการยึดหลักการนี้คือการยากที่จะได้ความเห็น พ้องต้องกันจากผู้แทนทั้งหมดเนื่องจากความแตกต่างทั้งมุมมองและทัศนคติด้านสิทธิมนุษยชนของผู้แทนแต่ละคน การ ปฏิบัติภารกิจบางอย่างจึงเกิดความล้าช้าหรือไม่สามารถปฏิบัติได้หากผู้แทนคนใดคนหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย ซึ่งท�ำให้การ ขับเคลื่อนประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยการหยิบยกขึ้นพิจารณาหรือการพัฒนามาตรฐานสิทธิมนุษยชนของภูมิภาค ด�ำเนินการด้วยความยากล�ำบากและในบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศสมาชิกประเทศหนึ่งประเทศใด การหารือใน ประเด็นดังกล่าวจะไม่สามารถกระท�ำได้หากประเทศสมาชิกที่เกี่ยวข้องโต้แย้ง ซึ่งประชาคมอาเซียนประสบกับมาตรฐาน ที่ต�่ำสุดที่จะไม่มีประเทศสมาชิกใดโต้แย้ง เช่น การด�ำเนินภารกิจการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมาธิการที่แม้ ในเอกสารขอบเขตหน้าที่ ข้อ ๔.๑๐ ซึ่งเป็นบทบัญญัติเดียวเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจะระบุอย่างชัดเจนว่า คณะกรรมาธิการสามารถขอรับข้อมูลจากประเทศสมาชิกในเรื่องการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แต่ผู้แทนบางคน ตีความว่าเป็นการขัดกับหลักการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิกซึ่งเป็นหลักการส�ำคัญในการด�ำเนินงานของ คณะกรรมาธิการ การยึดหลักฉันทามติในการตัดสินใจท�ำให้ AICHR ไม่สามารถใช้อำ� นาจหน้าทีซ่ งึ่ ระบุไว้ในมาตราดังกล่าว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๔. ความเชื่อมโยงและความร่วมมือกับองค์กรสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ในอาเซียน ภายใต้ประชาคมอาเซียนมีประชาคมแยกย่อยอีกสามประชาคม ได้แก่ ประชาคมก��รเมือง และความมั่นคง ประชาคมเศรษฐกิจ และประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ซึ่ง แต่ละประชาคมมี “คณะมนตรีประชาคม” (Community Councils) ซึ่งมีหน่วยงานภายในประเทศสมาชิกที่เกี่ยวข้องท�ำหน้าที่เป็นฝ่ายประสานงาน ส�ำหรับ AICHR กฎบัตรอาเซียนมิได้ก�ำหนดให้อยู่ภายใต้ “สังกัด” ของประชาคมหนึ่งประชาคมใด ทั้งนี้ เนื่องจากประเด็นสิทธิมนุษยชน เป็นประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องกับทุกประชาคม ทั้งในด้านความมั่นคง การเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม อย่างไร ก็ตาม เอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ได้ก�ำหนดให้คณะกรรมาธิการเสนอรายงานประจ�ำปีและเอกสารอื่น ๆ ต่อที่ประชุม รัฐมนตรีตา่ งประเทศอาเซียน (ASEAN Foreign Ministers Meeting) และในการด�ำเนินงานตามข้อเท็จจริง คณะกรรมาธิการ ปฏิบัติภารกิจภายใต้ประชาคมการเมืองและความมั่นคงเป็นหลัก เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิก ซึ่งเป็นหน่วยประสานงานหลักของประชาคมดังกล่าวท�ำหน้าที่เป็นหน่วยงานในด้านธุรการให้กับผู้แทนประเทศสมาชิก ในคณะกรรมาธิการ นอกจากนี้ ตามการจัดผังโครงสร้างองค์กรของส�ำนักเลขาธิการอาเซียนใหม่ตามวิสยั ทัศน์อาเซียน ๒๐๒๕ ทีผ่ นู้ ำ� อาเซียนรับรองในปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึง่ ได้กล่าวถึงในบทที่ ๓ ได้กำ� หนดให้ฝา่ ยเลขานุการของ AICHR เปลี่ยนสังกัด จากเดิมทีอ่ ยูภ่ ายใต้ฝา่ ยอ�ำนวยการ (Corporate Affairs) มาอยูภ่ ายใต้ฝา่ ยการเมืองและความมัน่ คงซึง่ เป็นเสาเดียวกันกับ ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 85

Select target paragraph3