พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของประชาคมอาเซียน Human Rights Obligations of the ASEAN Community ๒) การจัดสัมมนาและฝึกอบรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชน ในส่วนของ ประเทศไทยในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ จะมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่ผู้ที่ท�ำงานด้านสิทธิมนุษยชน (Training of the Trainers) ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ ๓) การจัดท�ำงานวิจัยเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ด้านสิทธิมนุษยชน งานวิจัยแรกที่ได้จัดท�ำ คือ งานวิจัยประเด็นเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) โดยได้ทำ� การเผยแพร่ที่ ประเทศสิงคโปร์ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ในด้านประเทศไทยร่วมกับประเทศมาเลเซียได้เสนอการจัดท�ำงานวิจัยในประเด็นเรื่อง สิทธิในชีวิต (Right to Life) และประเทศลาวมีการจัดท�ำงานวิจัยในเรื่องสิทธิในสันติภาพ (Right to Peace) ๔) การจัดท�ำตราสารทางกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนของอาเซียน ที่ผ่านมาอาเซียนยังไม่มี เครื่องมือทางกฎหมายในลักษณะดังกล่าว หนึ่งในหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ตามที่ระบุไว้ในเอกสารขอบเขตอ�ำนาจ หน้าที่ คือ การสร้างกรอบความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนผ่านอนุสัญญาอาเซียนและเครื่องมืออื่น ๆ ในการจัดการด้าน สิทธิมนุษยชน จากข้อก�ำหนดดังกล่าวคณะกรรมาธิการจึงมีแผนในการจัดท�ำอนุสัญญาอาเซียนด้านสิทธิมนุษยชนซึ่ง จะเป็นเครื่องมือที่มีผลผูกพันทางกฎหมายต่อประเทศสมาชิกและเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเ��ริมสิทธิมนุษยชนระดับ ภูมิภาค โดยในการพิจารณาเบื้องต้นจะมีการจัดท�ำอนุสัญญาในเรื่องที่ประเทศสมาชิกทั้งหมดมีจุดร่วมเดียวกัน คือ เรื่อง เกี่ยวกับสตรีและเด็ก ๒. การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเป็นอีกภารกิจหลักของคณะกรรมาธิการ อย่างไรก็ตาม ในเอกสาร ขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการก�ำหนดเนื้อหาภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนไว้อย่างจ�ำกัด โดยมีข้อก�ำหนดที่ชัดเจนในข้อ ๔.๑๐ เกี่ยวกับการขอรับข้อมูลเกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นใน ประเทศสมาชิก อย่างไรก็ตาม การด�ำเนินการตามข้อก�ำหนดดังกล่าวยังเป็นไปอย่างจ�ำกัด เนื่องจากความเข้าใจที่แตกต่าง กันของผู้แทนประเทศสมาชิก ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดในบทที่ ๕ ๔.๒.๒ คณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก (ASEAN Commission on the Promotion of the Rights of Women and Children) คณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและเด็ก หรือ ACWC ได้รับการ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๓ หรือหนึ่งปีหลังจากการจัดตั้ง AICHR ด้วยข้อพิจารณาหลักที่ว่า สมาชิกของอาเซียนทั้งสิบ ประเทศได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) และอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิเด็ก (CRC) จึงสร้างกลไกเพื่อสร้างความร่วมมือและการวางนโยบายร่วมกันในด้านสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก เอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ หรือ TOR ของ ACWC ได้รับการรับรองในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ และ ก�ำหนดให้ ACWC ประกอบด้วยสมาชิก ๒๐ คนซึ่งแต่งตั้งจากประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศละ ๒ คน โดยคนหนึ่งจะ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิสตรี และอีกคนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็ก ผู้แทนแต่ละคนมีวาระการด�ำรงต�ำแ���น่ง ๓ ปีโดย สามารถได้รับการต่อวาระได้หนึ่งครั้ง ถึงแม้จะมีภารกิจในด้านสิทธิมนุษยชนเช่นเดียวกับ AICHR แต่ ACWC ถูกก�ำหนด ให้รายงานต่อที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสวัสดิการและการพัฒนาสังคม (ASEAN Ministers Meeting on Social Welfare and Development) ต่างจาก AICHR ที่รายงานต่อ AMM และข้อแตกต่างที่ส�ำคัญอีกประการ คือ ACWC มี ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 53

Select target paragraph3