ของเยำวชนหญิงตังครรภ์
้
ที่จะไม่ตกอยู่ในอันตรำยจำกกำรตังครรภ์
้
กำรถูกเลือกปฏิบตั ิด้วยเหตุผลกำร
ตังครรภ์
้
เช่น กำรถูกไล่ออกจำกโรงเรี ยนเพรำะตังครรภ์
้
เยำวชนไทยยังมีควำมรู้ที่จำกัดในเรื่ องเพศศึกษำ เพรำะกำรสอนเพศศึกษำในโรงเรี ยนส่วนใหญ่จะ
เน้ นเฉพำะเนื ้อหำกำรเปลี่ยนแปลงทำงด้ ำนสรี ระและร่ำงกำย และยังมีกำรถ่ำยทอดเนื ้อหำเพศศึกษำที่ไม่
สม่ำเสมอด้ วย ครู ส่วนมำกยอมรับว่ำ รู้สึกอึดอัดใจที่ต้องสอนเพศศึกษำให้ แก่วยั รุ่น ครูผ้ สู อนบำงคนจึง
ปรับเปลี่ยนเนื ้อหำในหลักสูตรเพศศึกษำไปตำมควำมคิดเห็นของตน หรื อบำงครัง้ ก็อำจตัดเนื ้อหำบำงส่วน
ทิ ้งไปเลย สำหรับบิดำมำรดำของวัยรุ่นนัน้ มำกกว่ำร้ อยละ ๗๐ เห็นว่ำ ไม่ควรสอนเพศศึกษำในโรงเรี ยน แต่
ก็มีบิดำมำรดำเพียงร้ อยละ ๑๐ เท่ำนัน้ ที่มีควำมพร้ อมในกำรให้ คำแนะนำเรื่ องเพศแก่บตุ รของตน และ
ประมำณเกือบ ๑ ใน ๓ เชื่อว่ำเพศศึกษำจะทำให้ วยั รุ่ นมีเพศสัมพันธ์ เร็ วขึ ้น (วัลยำ ธรรมพนิชวัฒน์,
๒๕๕๓, น. ๕-๙) นอกจำกนี เ้ นือ้ หำกำรสอนเพศศึกษำพยำยำมให้ วัยรุ่ นชะลอกำรมี เพศสัมพันธ์ หรื อมี
พฤติกรรมทำงเพศลดลง หรื อใช้ ถงุ ยำงอนำมัยหรื อยำคุมกำเนิดเพิ่มขึ ้น และทรำบวิธีกำรป้องกันโรคเอดส์
โรคติดต่อทำงเพศสัม พันธ์ และกำรตัง้ ครรภ์ ตระหนักถึง ควำมเสี่ ยงที่จ ะติดเชื อ้ เอชไอวี จ ำกกำรมี
เพศสัมพันธ์ ปรับเปลี่ยนค่ำนิยมทำงเพศ มีควำมเชื่อมัน่ มำกขึ ้นที่จะใช้ ถุงยำงอนำมัย หรื อปฏิเสธกำรมี
เพศสัมพันธ์ที่ไม่เต็มใจ และมีควำมตังใจที
้ ่จะงดเว้ นกำรมีเพศสัมพันธ์จำกัด จำนวนคูน่ อน หรื อใช้ ถงุ ยำง
อนำมัยเมื่อ มีเพศสัมพันธ์ (วัลยำ ธรรมพนิชวัฒน์, ๒๕๕๓, น. ๕-๙) แต่ไม่ได้ ให้ ควำมรู้ เกี่ยวกับสิทธิ
อนำมัยเจริญพันธุ์ สิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้ องกับสุขภำวะทำงเพศ สิทธิ (Rights) ที่ปรำกฏในเนื ้อหำกำรเรี ยน
กำรสอนคื อ สิ ท ธิ ที่ จ ะปฎิ เ สธหรื อ ป้ องกัน กำรมี เ พศสัม พัน ธ์ ก่ อ นวั ย อัน ควร บนพื น้ ฐำนของแนวคิ ด
รักนวลสงวนตัว (บุญยิ่ง มำนะบริบรู ณ์ และคณะ, ๒๕๔๙, น. ๖๕๔-๖๕๗)
หน่ วยงานและองค์ กรต่ างๆ
สภากาชาด
เหมือนกับวิจยั ศึกษำของสุวชัย อินทรประเสริฐ และ สุรศักดิ์ ฐำนีพำนิชสกุล เรื่ อง “กำรตังครรภ์
้
ใน
วัยรุ่น” (๒๕๓๙) และ กำรศึกษำของรพีพรรณ วิบลู ย์วฒ
ั นกิจและคณะเรื่ อง “ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเจตคติ
ต่อกำรตังครรภ์
้
และแบบแผนกำรดำเนินชีวิตในระยะตังครรภ์
้
ของหญิงตังครรภ์
้
วยั รุ่น” (๒๕๕๐) สภำกำชำด
ยังคงมีควำมเชื่อและมำยำคติวำ่ กำรตังครรภ์
้
ในวัยรุ่นอำยุ ๑๓-๑๙ ปี ในปั จจุบนั ที่มีแนวโน้ มสูงขึ ้น ไม่เพียง
ทำให้ ต้อ งหยุด หรื อออกจำกระบบกำรศึกษำ ยัง เสี่ ยงต่อ กำรติดโรคติดต่อทำงเพศสัม พันธ์ รวมไปถึ ง
HIV/AIDS เสี่ยงต่อกำรเกิดภำวะโรคแทรกซ้ อนระหว่ำงตังครรภ์
้
และหลังคลอด เช่น ภำวะโลหิตจำงในหญิง
ตังครรภ์
้
โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งกับทำรกที่เกิดมำจำกเยำวชนหญิงตังครรภ์
้
ที่เกิดมำมักเผชิญกับภำวะเติบโต
ช้ ำ น ้ำหนักน้ อย ทุพพลภำพ สมองช้ ำ มีควำมเจ็บป่ วยเรื อ้ รัง รวมทังปั
้ ญหำกำรคลอดก่อนกำหนด ถูกแม่
วัยรุ่นทอดทิ ้ง ไม่ได้ รับกำรเลี ้ยงดูที่มีคณ
ุ ภำพ ส่งผลให้ ประเทศขำดบุคลำกรที่มีคณ
ุ ภำพซึ่งสภำกำชำดถือว่ำ
๗๑