การให้บริ การแบบให้เปล่าเมื ่อจาเป็ น รวมทัง้ การให้โภชนาการทีเ่ พียงพอระหว่างการ
ตัง้ ครรภ์และระยะการให้นม”
และในภำคที่ ๔ ข้ อ ๑๖ ที่เกี่ยวข้ องกำรกำรแต่งงำนและควำมสัมพันธ์ในครอบครัว
“(ง) สิ ทธิ และความรับผิ ดชอบเช่นเดียวกันในฐานะบิ ดามารดา โดยไม่
คานึงถึงสถานะในการสมรสของตน ในเรื ่องทีเ่ กี ่ยวกับบุตรของตน ในทุกกรณี
ผลประโยชน์ของบุตรจะเป็ นสิ่ งทีส่ าคัญทีส่ ดุ
(จ) สิ ทธิ เช่นเดียวกันในการตัดสิ นใจอย่างอิ สระและมี ความรับผิ ดชอบใน
จานวนบุตรและระยะห่างในการมี บตุ รของตน และให้เข้าถึงข้อสนเทศ การศึกษาและ
วิ ธีทีจ่ ะทาให้สตรี ใช้สิทธิ เหล่านีไ้ ด้
(ฉ) สิ ทธิ และความรับผิ ดชอบเช่นเดียวกันในเรื ่องการปกครองบุตร การ
ปกป้ องบุตร การได้รับมอบหมายให้ดแู ลบุตร และการรับบุตรบุญธรรม หรื อสถาบันที ่
คล้ายคลึงซึ่ งมี แนวความคิ ดเหล่านี อ้ ยู่ในกฎหมายภายใน ในทุกกรณี ผลประโยชน์
ของบุตรจะเป็ นสิ่ งสาคัญสูงสุด”
(อนุสญ
ั ญำว่ำด้ วยกำรขจัดกำรเลือกปฏิบตั ิตอ่ สตรี ในทุกรูปแบบ, ๒๕๕๔)
อนุสัญญาว่ าด้ วยสิทธิเด็ก
เยำวชนหญิงที่ตงครรภ์
ั้
บำงคน ยังคงถือว่ำอยู่ในวัยเด็ก เนื่องจำกอำยุต่ำกว่ำ ๑๘ ปี ดังนันในกำรศึ
้
กษำมิติ
สิทธิมนุษยชนของเยำวชนหญิงตังครรภ์
้
จึงจำเป็ นอย่ำงยิ่งที่จะต้ องอำศัยอนุสญ
ั ญำว่ำด้ วยสิทธิเด็ก เป็ นอีก
กรอบแนวคิด ซึ่งอนุสญ
ั ญำดังกล่ำวมีข้อกำหนดจำนวนมำกที่เกี่ยวข้ องกับสิทธิของเยำวชนหญิงตังครรภ์
้
ตำมข้ อกำหนดดังนี ้
“ข้ อ ๑๙
๑.รัฐภาคี จะดาเนิ นมาตรการที ่เหมาะสมทัง้ ปวง ด้านนิ ติบญ
ั ญัติ บริ หาร
สังคมและการศึกษา ในอันที ่จะคุ้มครองเด็กจากรู ปแบบทัง้ ปวงของความรุนแรง ทัง้
ทางร่ างกายและจิ ต การทาร้ายหรื อการกระทาอันมิ ชอบ การทอดทิ้ งหรื อการปฏิ บตั ิ
โดยประมาท การปฏิ บตั ิ ทีผ่ ิ ดหรื อการแสวงประโยชน์ รวมถึงการกระทาอันมิ ชอบทาง
เพศ ขณะอยู่ในความดูแลของบิ ดามารดา ผู้ปกครองตามกฎหมาย หรื อบุคคลอื ่นใด
ซึ่ งเด็กนัน้ อยู่ในความดูแล”
รวมไปถึงในประเด็นสุขอนำมัย สุขภำวะทำงเพศของเด็ก ซึ่งเกี่ยวข้ องกับสิทธิ อนำมัยเจริ ญพันธุ์
ตำมอนุสญ
ั ญ��� ข้ อ ๒๔ ดังนี ้
“๑. รัฐภาคี ยอมรับในสิ ทธิ ของเด็กที ่จะได้รับมาตรฐานสาธารณสุขที ่ สูงที ่สดุ
เท่าที ่จะหาได้และสิ่ งอานวยความสะดวก สาหรับการบาบัดรักษาความเจ็บป่ วยและ
๒๑