บทที่ ๒ กรอบแนวคิดและทฤษฎีท่ เี กี่ยวข้ อง ๒.๑ กรอบแนวคิดทฤษฎีในการศึกษาวิจัย แนวคิดทฤษฎีที่ใช้ ในกำรวิจยั คือ Grounded Theory ซึ่งถูกแปลในชื่อภำษำไทยต่ำงๆ ว่ำ “ทฤษฏี ฐำนรำก”, “มูลฐำนทฤษฎี” หรื อ “ทฤษฎีจำกพื ้นที่” ซึ่งเป็ นวิธีวิจยั (Research Methodology) ที่ม่งุ กำร สร้ ำงทฤษฎีซงึ่ มีพื ้นฐำนมำจำกปรำกฏกำรณ์ทำงสังคมตำมควำมหมำยของพื ้นที่ที่เก็บข้ อมูล อันเป็ นข้ อมูล เชิงประจักษ์ ที่ได้ รับกำรรวบรวมและวิเครำะห์อย่ำงเป็ นระบบโดยผู้วิจยั กำรวิจยั แบบ Grounded Theory ถือว่ำเป็ นที่นิยมนำมำใช้ ในกำรวิจัยเชิงคุณภำพอย่ำงมำก เนื่องจำกมีประโยชน์อย่ำงยิ่งต่อกำรทำควำม เข้ ำใจปรำกฏกำรณ์ ต่ำง ๆ บนพื ้นฐำนของบริ บท (context-based) มีกำรบรรยำยกระบวนกำรที่ชดั เจน (process-oriented descriptions) และสำมำรถอธิบำยปรำกฏกำรณ์ ที่เกิดขึ ้น (explanations of the phenomenon) ในสภำพกำรณ์จริ ง ทฤษฎีนี ้เริ่ มต้ นใช้ อย่ำงชัดเจนจำกนักสังคมวิทยำ บำร์ นีย์ เกรเซอร์ (Braney Grazer) และแอนเซล์ม สเตรำส์ (Anselm Strauss 1916-1996) ที่ใช้ ตรรกอุปนัย (Inductive Method) อำศัยข้ อมูลจำกกำรสังเกตอย่ำงใกล้ ชิด ซึ่งตรงข้ ำมกับ ทฤษฎีนำมธรรม (Formal Theory) ที่ใช้ วิธีตรรกนิรนัย (Deductive Method) โดยสร้ ำงสมมุติฐำนและนำไปทดสอบกับข้ อมูลจำกกำรสังเกตอย่ำง เป็ นระบบ เพื่อเป็ นควำมพยำยำมหลีกเลี่ยงควำมเป็ นนำมธรรมมำกเกินไปของงำนวิจยั ด้ ำนสังคมวิทยำ และพยำยำมอุดช่องว่ำงระหว่ำงกำรวิจยั เชิงประจักษ์ ที่ขำดรำกฐำนทำงทฤษฎีและกำรสร้ ำงทฤษฎีที่ขำด รำกฐำนเชิงประจักษ์ (Urquhart et al, 2010, pp. 317-416) ซึ่งทฤษฎีดงั กล่ำวทำให้ งำนวิจยั มีทงควำม ั้ น่ำเชื่อถือและสำมำรถอธิบำยปรำกฏกำรณ์ทำงสังคมได้ อย่ำงชัดเจน สำหรับ Grounded Theory ในงำนวิจัยชิ น้ นี เ้ ป็ นกำรนำชุดประสบกำรณ์ ของเยำวชนหญิ งที่ ตังครรภ์ ้ โดยไม่พร้ อมจำกกำรวิจยั ภำคสนำมมำศึกษำว่ำ กลุ่มเยำวชนหญิงที่ตงครรภ์ ั้ ได้ ถกู ละเมิดสิทธิหรื อ ได้ รับกำรคุ้มครองสิทธิอย่ำงไรบ้ ำงจำกกำรตังครรภ์ ้ ซึง่ เป็ นสิทธิมนุษยชนที่อยู่ภำยใต้ ปฏิญญำสำกลว่ำด้ วย สิทธิมนุษยชน, กติกำระหว่ำงประเทศว่ำด้ วยสิทธิทำงเศรษฐกิจ สั��คม และวัฒนธรรม, อนุสญ ั ญำว่ำด้ วย กำรขจัดกำรเลือกปฏิบตั ิต่อสตรี ในทุกรู ปแบบ, อนุสัญญำว่ำด้ วยสิทธิเด็ก, แผนปฏิบตั ิกำรประชำกรและ กำรพัฒนำ และแผนปฏิบตั ิเพื่อควำมก้ ำวหน้ ำของสตรี ที่รัฐสมำชิกหรื อรัฐภำคีจะต้ องคุ้มครองสิทธิ ขจัด กำรละเมิดสิทธิตำ่ งๆ กำรเลือกปฏิบตั ิแบ่งแยกกีดกันกำรเข้ ำถึงกำรศึกษำ ควำมปลอดภัย รัฐสวัสดิกำรไป จนถึงทรัพยำกรต่ำงๆ ของรัฐและสังคม ขจัดกำรกระทำที่เป็ นกำรทำรุ ณกรรม กำรข่มเหงรังแก ก่อให้ เกิด อันตรำยทำงกำย จิตใจ ที่เกิดขึน้ กับมนุษยชน อย่ำงเสมอภำคเท่ำเทียม ไม่ว่ำเพศใดก็ตำมหรื อในวัยใด ก็ตำม ซึง่ รวมถึงเยำวชนหญิงที่ตงครรภ์ ั้ ดังนี ้ ๑๖

Select target paragraph3