รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗
แสวงหา รับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความคิดทุกประเภทโดยไม่คำ�นึงถึงพรมแดน
ทั้งนี้ ไม่ว่าด้วยวาจา เป็นลายลักษณ์อักษร หรือการตีพิมพ์ในรูปของศิลปะ หรือโดยอาศัย
สื่อประการอื่นตามที่ตนเลือก
อนึ่ง คณะกรรมการประจำ�กติการะหว่างประเทศฯ ได้ให้ความเห็นในเอกสาร
หมายเลข ๓๔ ว่า ให้หมายรวมถึงสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานภาครัฐ
ซึ่งรัฐจะต้องดำ�เนินการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยง่าย รวดเร็ว
และมีประสิทธิผล
๑.๓) ข้อเสนอแนะจากกระบวนการ UPR ที่ประเทศไทยรับมาปฏิบัติ
ข้ อ ๓๘ แก้ ไขปั ญ หาความไม่ เ ท่ า เที ย มกั น และความเหลื่ อ มล้ำ� ในสั ง คมอย่ า ง
ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสาเหตุของความขัดแย้งทางสังคมและความไม่สงทางการเมืองในช่วง
๒-๓ ปีที่ผ่านมา รวมทั้งในภาคใต้ของประเทศไทย
ข้อ ๓๙ แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างขั้นพื้นฐานของความไม่เท่าเทียมในสังคมและ
ความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงโอกาสและบริการต่าง ๆ ของคนยากจนและขนชายขอบ
เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถใช้สิทธิของตนเองได้ตามที่ระบุไว้ในแผน และนโยบาย
การปฏิรูปประเทศ
ข้ อ ๔๐ ดำ � เนิ น การอย่ า งต่ อ เนื่ อ งในการปรั บ ใช้ ยุ ท ธศาสตร์ แ ละแผนพั ฒ นา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อลดความยากจน
ข้อ ๔๑ ดำ�เนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อมุ่งช่วยเหลือ
คนยากจนและผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีมาตรฐานการดำ�เนินชีวิตที่เพียงพอ
ข้อ ๔๒ ดำ�เนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มและสร้างความเข้มแข็งให้กับแผนงาน
ด้านสังคมที่ประสบผลสำ�เร็จนับจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีความจำ�เป็นในการต่อสู้กับความ
ยากจนและการกีดกันทางสังคมบนพื้นฐานของการกระจายความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรม
อันจะนำ�ไปสู่การบรรลุสวัสดิการที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำ�หรับประชาชน
๑.๔) หลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน
หลั ก การชี้ แ นะแห่ ง สหประชาชาติ ด้ า นธุ ร กิ จ และสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน (United
Nations Guiding Principles on Business and Human Rights) ผ่านการรับรองโดย
สหประชาชาติ เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๔ เป็นกรอบการปฏิบัติงานของประเทศ
สมาชิก มีเนื้อหาสำ�คัญใน ๓ เ��ื่องหลัก ได้แก่
97