รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗
ต่อรอง ๒๙ ซึ่งกฎหมายแรงงานของไทย ได้แก่ พระราชบัญญัติแรงงานแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ และ
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ยังมีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับอนุสัญญาทั้งสอง
ฉบับนี้ เช่น มีบทบัญญัติที่อนุญาตเฉพาะบุคคลที่มีสัญชาติไทยสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานและเป็น
กรรมการสหภาพแรงงานได้ มีบทกำ�หนดโทษอาญาสำ�หรับการนัดหยุดงาน มีข้อห้ามนายจ้างปิดงานหรือ
ลูกจ้างนัดหยุดงาน เป็นต้น
๒.๑.๒) แรงงานข้ามชาติกับปัญหาการค้ามนุษย์
(๑) แรงงานข้ามชาติ
ข้อมูลจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ระบุถึงจำ�นวนแรงงาน
ที่ เ ป็ น คนต่ า งชาติ ใ นประเทศไทย ในปี ๒๕๕๗ ว่ า มี จำ � นวนทั้ ง สิ้ น ๑,๓๓๙,๘๓๔ คน ในจำ � นวนนี้ เ ป็ น
แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา เมียนมา และลาว) ประมาณ ๑.๑๘ ล้านคน ทั้งนี้ ไม่รวมยอด
การจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติที่จดทะเบียนในศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ
(One Stop Service) ทั่วประเทศ
ดังนั้น แรงงานข้ามชาติซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกละเมิด
สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน ในขณะที่ พ ระราชบั ญ ญั ติ คุ้ ม ครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ตลอดจนพระราชบั ญ ญั ติ
คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ (ฉบับที่ ๓) และฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๕๓) ยังมิได้ประกันสิทธิแรงงาน
ขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุมถึงแรงงานข้ามชาติ ทำ�ให้แรงงานกลุ่มนี้มักได้ค่าจ้างต่ำ�กว่ามาตรฐานแรงงาน
ขั้นต่ำ� ไม่มีวันหยุดประจำ�สัปดาห์ ไม่มีวันลา ไม่มีหลักประกันสุขภาพใด ๆ ตลอดจนไม่ได้รับสิทธิประโยชน์
จากกองทุ น ประกั น สั ง คมและกองทุ น เงิ น ทดแทน คนกลุ่ ม นี้ จ ะต้ อ งซื้ อ สิ ท ธิ บั ต รประกั น สุ ข ภาพของ
แรงงานข้ามชาติเองไม่มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานหรือนัดหยุดงาน การยื่นข้อร้องเรียนต่อนายจ้างเสี่ยงต่อ
การถูกเลิกจ้างหรือส่งกลับประเทศต้นทาง บางรายถูกนายจ้างให้ออกจากงานเนื่องจากตั้งครรภ์ แรงงาน
กลุ่มนี้จะอยู่ในระบบจ้างงานระยะสั้นไม่เกิน ๑ ปี หรือระบบการจ้างแบบเหมาช่วง งานที่ร���บจ้างส่วนใหญ่
อยู่ในภาคการผลิตที่กฎหมายแรงงานยังให้ความคุ้มครองไม่ถึง เช่น งานเกษตรกรรม งานประมงทะเล
งานก่อสร้างงานบ้าน เป็นต้น ในขณะเดียวกัน กลุ่มแรงงานข้ามชาติมักถูกมองว่ามีผลกระทบต่อความ
มั่ น คงของประเทศ รั ฐ บาลจึ ง มี ม าตรการควบคุ ม แรงงานกลุ่ ม นี้ อ ย่ า งเข้ ม งวด เช่ น การเดิ น ทางและ
การเปลี่ยนงาน เป็นต้น
๒๙ อนุสัญญาฉบับที่ ๘๗ ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว มีสาระสำ�คัญคือ คนทำ�งานและนายจ้าง
มีสิทธิในการรวมตัวจัดตั้งองค์กรของตนโดยไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า มีสิทธิที่จะกำ�หนดแนวทางในการบริหารองค์กรในการ
ที่จะปราศจากการแทรกแซงของรัฐ รัฐไม่สามารถยกเลิกองค์กรของลูกจ้างได้ ยกเว้นกรณีมีคำ�สั่งศาล องค์กรมีสิทธิที่จะเข้าร่วม
เป็นสหพันธ์และสมาพันธ์ เข้าเป็นภาคีกับองค์การนายจ้างและลูกจ้างระหว่างประเทศได้ ในกรณีที่มีการนัดหยุดงานที่เป็นการให้
บริ การสาธารณะที่ จำ � เป็ น ยิ่ ง (Essential Services) เช่ น ไฟฟ้ า ประปา หน่ ว ยดั บเพลิ ง ที่ ก ระทบต่ อ ชี วิ ต ความปลอดภั ย
สาธารณสุขของประชาชน จะหยุดงานไม่ได้ และอนุสัญญาฉบับที่ ๙๘ ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง มีสาระ
สำ�คัญปกป้องไม่ให้มีการกดดันหรือปลดลูกจ้างที่เข้าร่วมกิจการของสหภาพ ไม่ให้องค์กรของนายจ้าง ลูกจ้างแทรกแซงซึ่งกัน
และกัน นายจ้างและลูกจ้างมีเสรีภาพในการเจรจา โดยรัฐต้องแทรกแซงน้อยที่สุด การบังคับใช้อนุสัญญานี้กับตำ�รวจและทหาร
ต้องกำ�หนดเป็นกฎหมาย และไม่ใช้กับข้าราชการที่ใช้อำ�นาจในนามของรัฐ เช่น ข้าราชการระดับสูงในระดับอธิบดี ปลัดกระทรวง
เป็นต้น
85