60
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗
กรณีร้องเรียนว่า มีการกระทำ�ที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย อาทิ ความไม่ชอบด้วย
กฎหมายของการจั บ กุ ม การตรวจค้ น เคหสถาน การสอบสวน การคุ ม ขั ง การซ้ อ มทรมาน การหาย
สาบสูญของบุคคล ในขณะที่ระบบราชทัณฑ์ยังคงมีการใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขังอย่างไม่เหมาะสม
การควบคุ ม ผู้ ต้ อ งขั ง รวมกั บ จำ � เลยระหว่ า งการพิ จ ารณาคดี ข องศาล การขาดแคลนสถานที่ ใ นการ
ใช้ควบคุมผู้ต้องขัง เป็นต้น และผู้พ้นโทษยังไม่สามารถดำ�เนินชีวิตและประกอบอาชีพได้เช่นเดียวกับ
บุคคลทั่วไป
ทั้ง นี้ ภายหลัง การรัฐ ประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ คสช. ได้มีคำ�สั่ง
ให้บุคคลที่มีความเคลื่อนไหวทางสังคม อาทิ นักวิชาการ นักการเมือง และผู้สื่อข่าว มารายงานตัวเพื่อ
ปรับทัศนคติ โดยหลายกรณีถูกควบคุมตัวไว้เป็นระยะเวลานานโดยที่ไม่แจ้งหรือระบุสถานที่ควบคุมตัว
ให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ทราบ รวมถึงมีการบังคับให้ลงนามในหนังสือสัญญาว่าจะงดการเคลื่อนไหว
ทางการเมือง นอกจากนี้ ได้มีประกาศ คสช. ที่ ๓๗/๒๕๕๗ ที่ ๓๘/๒๕๕๗ และที่ ๕๐/๒๕๕๗ กำ�หนด
ให้พลเรือนต้องขึ้นศาลทหารในกรณีที่เป็นความผิดต่อพระมหากษัตริย์ ความผิดต่อความมั่นคงภายใน
ราชอาณาจักร คดีความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศ รวมถึง คดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้
เฉพาะแต่การสงคราม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามกระบวนการยุติธรรมปกติ
๒.๒) สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน และการดำ�เนินงานของ กสม.
ปี ๒๕๕๗ กสม. ได้ รั บ เรื่ อ งร้ อ งเรี ย นที่ ผู้ ร้ อ งอ้ า งว่ า ถู ก ละเมิ ด สิ ท ธิ ใ นกระบวนการ
ยุติธรรม จำ�นวน ๑๗๔ คำ�ร้อง โดยหากพิจารณาเปรียบเทียบกับคำ�ร้องด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม
ปี ๒๕๕๖ ที่มีจำ�นวน ๑๓๒ คำ�ร้อง พบว่า มีการกระทำ�หรือการละเลยการกระทำ�อันเป็นการละเมิด
สิทธิมนุษยชนที่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมเพิ่มมากขึ้น
รวมถึ ง มี เรื่ อ งร้ อ งเรี ย นเกี่ ย วกั บ การใช้ อำ � นาจของ คสช. จำ � นวน ๒๖ คำ � ร้ อ ง เช่ น ก���รถู ก ควบคุ ม ตั ว
ออกจากบ้ า นพั ก โดยไม่ ท ราบสถานที่ ค วบคุ ม การถู ก เรี ย กให้ ไ ปรายงานตั ว และการถู ก ดำ � เนิ น คดี ใ น
ศาลทหาร เป็ น ต้ น ทั้ ง นี้ พบว่ า กลุ่ ม ผู้ ที่ ถู ก ร้ อ งเรี ย นมากที่ สุ ด ได้ แ ก่ เจ้ า หน้ า ที่ ตำ � รวจ รองลงมาเป็ น
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และพนักงานอัยการบางส่วน โดยมีลักษณะของการละเมิด ดังต่อไปนี้
F การจั บ กุ ม ที่ ใช้ วิ ธี ก ารเกิ น กว่ า เหตุ ใช้ กำ � ลั ง เกิ น สมควร จั บ กุ ม โดยไม่ มี ห มายจั บ
ของศาลและไม่มีเหตุยกเว้นตามกฎหมาย
F การกลั่ น แกล้ ง กล่ า วหาให้ ไ ด้ รั บ โทษทางอาญา ดำ � เนิ น คดี กั บ ผู้ ที่ ไ ม่ ไ ด้ ก ระทำ �
ความผิด
F การตรวจค้นเคหสถานของผู้ร้องที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญา
F การคุมขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างการสอบสวน ที่เกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายให้อำ�นาจ