รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2565
89
หน่วยงานของรัฐว่าสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี
สปป. ลาว จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิง่ แวดล้อม
และสุ ข ภาพของประชาชน โดยศาลวิ นิ จ ฉั ย ว่ า
หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องไม่ได้ละเลยหน้าทีแ่ ละไม่อยูใ่ นเงือ่ นไข
ต้องท�ำรายงาน EIA379 ในส่วนภาคประชาสังคมยังคง
มี ค วามเคลื่ อ นไหวเรี ย กร้ อ งให้ รั ฐ ทบทวนนโยบายที่
เกี่ยวข้องกับการลงทุน การด�ำเนินโครงการหรือกิจกรรม
ที่เชื่อมโยงกับการลงทุนข้ามพรมแดน เช่น องค์กรแม่น�้ำ
นานาชาติ แ สดงความห่ ว งกั ง วลต่ อ มติ ค ณะกรรมการ
นโยบายพลังงานแห่งชาติ ที่เห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้าจาก
โครงการเขื่อนหลวงพระบางและเขื่อนปากแบง ใน สปป.
ลาว เนื่องจากประเทศไทยมีปริมาณไฟฟ้าส�ำรองสูงมาก
และโครงการดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
และวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่380 หรือกรณีที่กลุ่มอนุรักษ์
เชียงของ จ. เชียงราย ยื่นหนังสือเพื่อคัดค้านการลงนาม
สัญญาซื้อไฟฟ้าจากโครงการเขื่อนปากแบง สปป. ลาว
เนือ่ งจากโครงการดังกล่าวตัง้ อยูไ่ ม่ไกลจากชุมชนไทยและ
การศึกษาผลกระทบทางสิง่ แวดล้อมยังไม่ครอบคลุมภาวะ
ทีแ่ ม่นำ�้ โขงบริเวณ อ. เชียงของ จ. เชียงราย จะเพิม่ ระดับขึน้
เมื่อมีเขื่อนปิดกั้น (Backwater effect) 381 เป็นต้น
เกีย่ วกับการประกอบธุรกิจทีเ่ คารพสิทธิมนุษยชนในวงกว้าง
และการเปิดเผยข้อมูลที่อาจยังไม่ครอบคลุมภาคธุรกิจ
ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือกลุ่มธุรกิจ
ขนาดกลางและขนาดย่ อ ย ส่ ง ผลให้ ป ระชาชนและ
ภาคประชาสังคมยังคงร้องเรียนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น
จึ ง เป็ น ข้ อ ท้ า ทายของรั ฐ ในการที่ จ ะจั ด ท� ำ แผน NAP
ระยะที่ 2 ซึง่ ควรเปิดให้ผทู้ มี่ สี ว่ นร่วมได้แสดงความคิดเห็น
เสนอแนะมาตรการป้องกันและเยียวยาผลกระทบจากการ
ประกอบธุรกิจให้ทวั่ ถึงอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ตลอดจน
ได้รับการส่งเสริมเชิงรุกให้มีความตระหนักด้านธุรกิจ
และสิทธิมนุษยชน
การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
2) รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริม
ให้ภาคธุรกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึง
ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีความรู้ความเข้าใจ
ด้ า นสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน สร้ า งแนวปฏิ บั ติ ห รื อ ตั ว อย่ า งที่ ดี
ในการด�ำเนินธุรกิจทีเ่ คารพสิทธิมนุษยชน ตลอดจนผลักดัน
การด�ำเนินการตามกระบวนการ HRDD โดยมีกลไกหรือ
มาตรการสนับสนุนทางการเงินหรือสินเชื่อมาก�ำกับดูแล
ในภาพรวมรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมี
ความพยายามด�ำเนินการต่าง ๆ เพือ่ แก้ไขปัญหาผลกระทบ
ด้านสิทธิมนุษยชนจากการประกอบธุรกิจตามข้อเสนอแนะ
ที่ไทยได้ตอบรับภายใต้กลไก UPR และหลักการชี้แนะ
ของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน รวมทั้ง
การขับเคลื่อนแผน NAP เพื่อผลักดันให้เกิดการส่งเสริม
และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา
โดยมีผลการด�ำเนินการที่ส�ำคัญคือ การคุ้มครองสิทธิ
แรงงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
และการเปิดเผยข้อมูลจากองค์กรธุรกิจตามแบบรายงาน
ของ กลต. อย่างไรก็ตาม ประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
ยังคงมีข้อท้าทายด้านการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ
001-234 V9 CS6.indd 89
ข้อเสนอแนะเพื่อส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
กสม. เห็นควรมีข้อเสนอแนะดังนี้
1) รั ฐ บาลและหน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ งควร
ขับเคลื่อนแผน NAP อย่างต่อเนื่องโดยส่งเสริมการมี
ส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ในการจัดท�ำแผน NAP
ระยะที่ 2 ที่เหมาะสมทั้งในการทบทวนและจัดท�ำแผน
ปฏิบัติการระยะต่อไป
3) รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริม
ให้รัฐวิสาหกิจหรือภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในต่างประเทศ
มีความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนผลักดัน
ให้กระบวนการ HRDD เป็นส่วนหนึ่งของการก�ำกับดูแล
องค์กรธุรกิจและเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการสนับสนุนการ
ด�ำเนินการของธุรกิจนั้นให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
3/14/23 8:40 PM