รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2565
ในโครงการเหมืองแร่อมก๋อย จ. เชียงใหม่355 ในปี 2565
ประชาชนในพื้ น ที่ ไ ด้ ร ่ ว มกั น ยื่ น ฟ้ อ งต่ อ ศาลปกครอง
เชี ย งใหม่ แ ละศาลให้ ก ารคุ ้ ม ครองชั่ ว คราว ส่ ง ผลให้
หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องและบริษทั เจ้าของโครงการเหมืองแร่
ไม่สามารถด�ำเนินการใด ๆ ได้ในระหว่างการพิจารณา
คดีจนกว่าศาลจะมีคำ� พิพากษา356 ในส่วนการด�ำเนินการ
ของ กสม. ได้รบั เรือ่ งร้องเรียนจากประชาชนทีก่ ล่าวอ้างว่า
มี ก ารด� ำ เนิ น โครงการของเอกชนที่ ส ่ ง ผลกระทบต่ อ
ชุมชนและสิ่งแวดล้อมหลายกรณี โดยในปี 2565 ได้รับ
8 ค�ำร้อง ใกล้เคียงกับปี 2564 ซึ่งมี 9 ค�ำร้อง เช่น กรณี
ผลกระทบจากการประกอบธุ ร กิ จ ดู ด ทรายในแม่ น�้ ำ ชี
ใน จ. อุบลราชธานี และในคลองพุมดวง จ. สุราษฎร์ธานี
กรณีโครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมใน จ. สตูล และ
กรณีโครงการเหมืองแร่หินเพื่ออุตสาหกรรมปูนซีเมนต์
ใน จ. สระบุรี ที่ขาดการมีส่วนร่วมและกระทบต่อวิถีชีวิต
ของประชาชน357 เป็นต้น ส�ำหรับในปี 2565 มีรายงานผล
การตรวจสอบทีส่ ำ� คัญ เช่น กรณีกล่าวอ้างว่า ได้รบั ผลกระทบ
จากการด� ำ เนิ น กิ จ การคลั ง น�้ ำ มั น เชื้ อ เพลิ ง ในพื้ น ที่
ต.แหลมใหญ่ อ. เมืองสมุทรสงคราม จ. สมุทรสงคราม358
เป็นต้น
การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
ในปี 2565 ภาพรวมการด�ำเนินการโครงการ
พัฒนาของรัฐหรือของเอกชนที่รัฐเป็นผู้อนุญาต รวมทั้ง
ข้อมูลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของ กสม.
ยังคงสะท้อนปัญหาและอุปสรรคในการสร้างหลักประกัน
ให้ กั บ บุ ค คลหรื อ ชุ ม ชนที่ อ าจได้ รั บ ผลกระทบด้ า น
สิทธิมนุษยชนจากการด�ำเนินโครงการดังกล่าว โดยเฉพาะ
อย่ า งยิ่ ง ในประเด็ น การมี ส ่ ว นร่ ว มของประชาชนและ
การเข้ า ถึ ง ข้ อ มู ล ข่ า วสารที่ ส� ำ คั ญ เพื่ อ ประกอบการ
รับฟังความคิดเห็นอย่างเพียงพอและครบถ้วน การด�ำเนิน
โครงการบางกรณีถูกคัดค้านตั้งแต่ก่อนการเริ่มโครงการ
ในขณะที่บางโครงการที่ต้องจัดท�ำรายงาน EIA ไม่ได้รับ
ความน่าเชื่อถือและขาดการมีส่วนร่วม ส่งผลให้เกิดความ
ขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่กับหน่วยงานของรัฐ
หรือเอกชนที่เป็นเจ้าของโครงการ โดยเฉพาะโครงการ
เกี่ยวกับเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมที่สร้างความวิตกกังวล
001-234 V9 CS6.indd 85
85
เกี่ ย วกั บ ปั ญ หามลพิ ษ ทั้ ง ฝุ ่ น ละออง เสี ย งและความ
สั่นสะเทือนจากการระเบิดหิน และผลกระทบต่อวิถีชีวิต
ของประชาชนและชุมชน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อน
ว่ า การด� ำ เนิ น การของหน่ ว ยงานรั ฐ และเอกชนยั ง คง
ไม่สอดคล้องเพียงพอตามหลักสิทธิชมุ ชนในการมีสว่ นร่วม
เพื่อจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งได้รับ
การรับรองในรัฐธรรมนูญมาตรา 43 (2) มาตรา 57 (2)
และมาตรา 58 รวมทัง้ สิทธิในการมีสว่ นร่วมในการบริหาร
รัฐกิจซึ่งได้รับการรับรองในกติกา ICCPR ตลอดจนสิทธิ
ของบุ คคลที่ จะมี คุ ณ ภาพชี วิต และสุ ข ภาพที่ ดี ซึ่ ง ได้ รับ
การรับรองในกติกา ICESCR
ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
กสม. เห็นควรมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1) รัฐบาลควรก�ำชับให้หน่วยงานของรัฐหรือ
เอกชนทีด่ ำ� เนินโครงการพัฒนาต่าง ๆ ทีอ่ าจส่งผลกระทบ
ต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัยและที่ดิน
ท�ำกิน หรือคุณภาพชีวิตของบุคคลหรือชุมชน ต้องจัด
ให้มีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์หรือระดับ
โครงการ ไม่ว่าประเภทของโครงการนั้นอยู่ในเงื่อนไขที่
ต้องจัดท�ำรายงาน EIA หรือไม่ก็ตาม โดยให้ความส�ำคัญ
กับการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง จัดให้มี
การรับฟังความคิดเห็นจากผูท้ อี่ าจได้รบั ผลกระทบ รวมทัง้
เปิดเผยข้อมูลการด�ำเนินการทั้งในด้านบว���และด้านลบ
อย่างถูกต้องครบถ้วน
2) ในกรณี ที่ ป รากฏว่ า การด� ำ เนิ น โครงการ
ใดจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนมากกว่าที่เผย
แพร่ข้อมูลไว้ รัฐบาลควรก�ำชับให้หน่วยงานของรัฐหรือ
เอกชนพิจารณาทบทวนความเหมาะสมและความจ�ำเป็น
ในการด�ำเนินโครงการ หากจ�ำเป็นต้องด�ำเนินโครงการ
ต่อไป ต้องจัดท�ำมาตรการป้องกัน แก้ไข หรือเยียวยา
ความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ประชาชนหรือชุมชน
ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
3/14/23 8:40 PM