รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2565
นอกเหนื อ จากปั ญ หาสุ ข ภาพจิ ต แล้ ว ปั จ จั ย
ในการฆ่าตัวตายยังมีอกี หลายสาเหตุ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ
(อาทิ ตกงาน ถูกทวงถามหนีน้ อกระบบ) ปัญหาด้านกฎหมาย
(อาทิ ถูกฟ้องล้มละลาย หรือเป็นคดีความ ถูกยึดทรัพย์)
ปัญหาอาชีพการงาน ปัญหาการเรียน เป็นต้น ดังนั้น
แนวทางการแก้ ไขปั ญ หาการฆ่ า ตั ว ตายจึ ง ควรใช้ ก าร
วิเคราะห์กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง พัฒนาทักษะของญาติ
ในการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังจับสัญญาณเตือนการ
ฆ่าตัวตายและทักษะส�ำหรับการช่วยเหลือเบือ้ งต้น รวมทัง้
มีชอ่ งทางให้สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าทีเ่ พือ่ ขอรับค�ำแนะน�ำ
หรือการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการช่วยเหลือ
ที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาอาชีพ289
ในส่วนของกลุ่มเด็กและเยาวชน ข้อมูลจากศูนย์
ป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งชาติ กรมสุขภาพจิต พ.ศ. 2560 2564 พบว่า จ�ำนวนผู้ที่ฆ่าตัวตายส�ำเร็จและท�ำร้าย
ร่างกายตนเองในวัยเรียน และวัยท�ำงานตอนต้นหรือ
ช่วงอายุ 15 - 34 ปี เพิ่มมากขึ้นกว่าวัยท�ำงานที่อายุเกิน
34 ปีขึ้นไปถึง 4 เท่า290 ในขณะที่การส�ำรวจในระบบ
Mental Health Check In ในกลุ่มประชากรอายุต�่ำกว่า
18 ปี ตัง้ แต่วนั ที่ 1 มกราคม - 23 พฤศจิกายน 2565 พบว่า
เสีย่ งซึมเศร้าร้อยละ 9.27 เสีย่ งฆ่าตัวตายร้อยละ 16.02291
นอกจากนี้ ยังพบการรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของเด็ก
และเยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยความเสี่ยงต่อพฤติกรรม
การฆ่าตัวตายเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น ไม่ได้รับ
ความอบอุ่นจากครอบครัวเท่าที่ควร หรือเข้มงวดกับเด็ก
มากเกินไป ได้รบั บาดแผลทางจิตใจร้ายแรงอืน่ ๆ เป็นต้น292
การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
ปัญหาสุขภาพจิตของประชาชนได้มีแนวโน้ม
เพิม่ สูงขึน้ มาตัง้ แต่ปี 2563 ทีเ่ กิดสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคโควิด 19 ในขณะที่การเข้าถึงการรักษาพยาบาล
หรื อ การรั บ ค� ำ ปรึ ก ษาด้ า นสุ ข ภาพจิ ต ยั ง ไม่ เ พี ย งพอ
ต่อความต้องการของประชาชน รวมถึงการขาดแคลน
บุคลากรทางการแพทย์ดา้ นสุขภาพจิต อย่างไรก็ตาม รัฐได้มี
ความพยายามในการแก้ไขปัญหาความขาดแคลนของ
001-234 V9 CS6.indd 73
73
ปัญหาสุขภาพจิตของประชาชนได้มีแนวโน้ม
เพิ่มสูงขึ้นมาตั้งแต่ที่เกิดสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในขณะที่
การเข้าถึงการรักษาหรือการรับคำ�ปรึกษา
ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
บุคลากรทางการแพทย์ดา้ นสุขภาพจิต โดยการเพิม่ ช่องทาง
ในการดู แ ลผู ้ ที่ มี ป ั ญ หาสุ ข ภาพจิ ต และน� ำ เทคโนโลยี
มาใช้ในการประเมินคัดกรอง รวมทัง้ ให้คำ� ปรึกษาในเบือ้ งต้น
โดยด�ำเนินการต่อเนื่องมาจนในปี 2565 และได้เพิ่ม
ช่องทางให้หลากหลายมากขึ้น เช่น ระบบแชทบอทใน
แอปพลิ เ คชั น หมอพร้ อ มที่ ใช้ ร ะบบปั ญ ญาประดิ ษ ฐ์
(Artificial Intelligence หรือ AI) มาใช้ในการคัดกรอง เป็นต้น
เพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐในการดูแลสุขภาพจิต
ของประชาชนตามกติกา ICESCR ข้อ 12 ที่รับรองสิทธิ
ของทุกคนทีจ่ ะมีสขุ ภาพกายและสุขภาพจิตตามมาตรฐาน
สูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทาย
ในการดูแลปัญหาสุขภาพจิตของกลุ่มเด็กและเยาวชน
ที่ในปี 2565 พบว่ามีความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายร้อยละ
16.02 ซึ่งสูงกว่าการประเมินสุขภาพจิตในภาพรวมที่มี
ความเสีย่ งในการฆ่าตัวตายเพียงร้อยละ 2.88 เท่านัน้ และ
อัตราการฆ่าตัวตายส�ำเร็จของประชาชนทีย่ งั คงเพิม่ สูงขึน้
ในทุกปี ซึ่งรัฐต้องด�ำเนินการเชิงรุกในการเข้าถึงกลุ่มเสี่ยง
และให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
กสม. เห็นควรมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1) รัฐบาล โดย สธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ควรสร้างระบบการแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายที่ต้นเหตุ
และเชิงรุกในชุมชนเพื่อน�ำมาวิเคราะห์และก�ำหนดกลไก
ให้ ส อดคล้ อ งกั บ ปั ญ หาในแต่ ล ะพื้ น ที่ ใ นระดั บ จั ง หวั ด
โดยใช้การบูรณาการความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึง
ต้องพัฒนาทักษะของญาติในการมีสว่ นร่วมในการเฝ้าระวัง
จั บ สั ญ ญาณเตื อ นการฆ่ า ตั ว ตายและทั ก ษะส� ำ หรั บ
3/14/23 8:40 PM