32
ฝูงชนต้องมุ่งเน้นการอ�ำนวยความสะดวกให้การชุมนุม
เป็นไปอย่างสงบสันติ ค�ำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและ
สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ และพิจารณา
การบั ง คั บ ใช้ ก ฎหมายต่ อ ผู ้ จั ด การชุ ม นุ ม และผู ้ ชุ ม นุ ม
ในระหว่ า งการชุ ม นุ ม และที่ เ กี่ ย วเนื่ อ งกั บ การชุ ม นุ ม
ให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยบังคับใช้
กฎหมายเฉพาะว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะเป็นหลัก81
การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิที่ได้รับ
การรับรองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 44 และกติกา ICCPR
ข้ อ 21 ซึ่ ง รั ฐ บาลมี พั น ธกรณี ที่ จ ะต้ อ งให้ ก ารเคารพ
คุ ้ ม ครอง และสนั บ สนุ น ให้ บุ ค คลสามารถใช้ เ สรี ภ าพ
ดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ ภาพรวมในปี 2565 การชุมนุม
ทางการเมื อ งส่ ว นใหญ่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การเรี ย กร้ อ งให้
ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหาและจ�ำเลยในคดีที่เกี่ยวกับ
การชุมนุมทางการเมือง ส่วนการชุมนุมทีเ่ กีย่ วข้องกับสิทธิ
ทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ส่วนใหญ่เป็นการชุมนุม
เกี่ยวกับสิทธิในการจัดการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิง่ แวดล้อม ซึง่ การชุมนุมโดยทัว่ ไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
มี บ างเหตุ ก ารณ์ ที่ มี ก ารกระทบกระทั่ ง กั น ระหว่ า ง
ผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง
ยกเว้ น การสลายการชุ ม นุ ม ของกลุ ่ ม “ราษฎรหยุ ด
APEC 2022” ที่ บ ริ เ วณถนนดิ น สอ เมื่ อ วั น ที่ 18
พฤศจิกายน 2565 ซึ่งมีรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของ
เจ้าหน้าที่ต�ำรวจที่อาจไม่สอดคล้องเหมาะสมตามเงื่อนไข
ในการจ�ำกัดเสรีภาพในการชุมนุมตามกติกา ICCPR ข้อ 21
และรายงาน UPR รอบที่ 382 ที่ประเทศไทยตอบรับ
โดยสมัครใจ ซึง่ ประเด็นดังกล่าวอยูร่ ะหว่างการตรวจสอบ
ของ กสม. นอกจากนี้ ยังปรากฏปัญหาอื่นที่กระทบ
ต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ได้เข้าร่วมการชุมนุม
หรือจัดกิจกรรม เช่น การถูกเจ้าหน้าทีต่ ำ� รวจติดตามไปยัง
ที่พักอาศัย และการถูกข่มขู่และท�ำร้ายร่างกายโดยกลุ่ม
ผู้ที่เห็นต่าง เป็นต้น
ส�ำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐในการคุ้มครอง
สิทธิและเสรีภาพของผูช้ มุ นุมตามข้อเสนอแนะในรายงาน
ผลการประเมิ น สถานการณ์ ด ้ า นสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนของ
ประเทศไทย ปี 2564 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตอบรับ
ข้อเสนอแนะของ กสม. และมีการด�ำเนินงานเป็นไปใน
ทิศทางเดียวกับข้อเสนอแนะ โดยพนักงานอัยการในคดี
การชุมนุมของกลุ่ม “เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น” ได้มีค�ำสั่ง
ไม่ฟ้องคดีต่อผู้ชุมนุมทั้งหมดเมื่อปลายปี 2564 ในขณะที่
สมช. เห็นว่า รัฐบาลควรเน้นย�้ำการปฏิบัติหน้าที่และ
การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการชุมนุมโดยไม่เลือก
ปฏิบัติ ค�ำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและเจตนารมณ์ของ
รัฐธรรมนูญเป็นส�ำคัญ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการชุมนุม
ในปี 2565 จะมีจำ� นวนลดลงและอาจท�ำให้มคี ดีทเี่ กีย่ วกับ
การชุมนุมน้อยลงกว่าปีกอ่ นหน้า แต่ยงั คงมีการด�ำเนินคดี
กั บ ผู ้ ที่ เข้ า ร่ ว มการชุ ม นุ ม ก่ อ นการยกเลิ ก สถานการณ์
ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ในฐานความผิดตาม
พ.ร.���. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.
2548 ทัง้ นี้ ในปี 2565 มีรายงานว่าพนักงานอัยการมีค�ำสัง่
ไม่ฟ้องและศาลยุติธรรมพิพากษายกฟ้องผู้ต้องหาหรือ
จ� ำ เลยในคดี ที่ เ กี่ ย วกั บ การชุ ม นุ ม โดยให้ เ หตุ ผ ลว่ า
การชุมนุมเป็นไปตามเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญให้การรับรอง
หรือไม่ปรากฏหลักฐานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค
ในส่วนคดีที่ยังค้างอยู่ กสม. สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ต�ำรวจ
และพนักงานอัยการควรพิจารณาน�ำแนวทางค�ำพิพากษา
ของศาลยุติธรรมในคดีการชุมนุมที่มีลักษณะคล้ายคลึง
กันมาเป็นแนวทางให้สอดคล้องกับสิทธิและเสรีภาพของ
ผู้ชุมนุม
ที่มา : The Momentum
001-234 V9 CS6.indd 32
3/14/23 8:40 PM