กลุ่มคนที่อยู่ในภาวะยากล�ำบาก เด็ก และผู้สูงอายุ
รวมถึงประเด็นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและพื้นที่
ของพลเมือง
3.6.2 ความร่วมมือกับสถาบันสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ
ซึ่ง กสม. เป็นสมาชิกในกรอบความร่วมมือ 3 ระดับ
ดังนี้
2) กรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติในภูมภิ าคเอเชีย-แปซิฟกิ (Asia Pacific Forum
of National Human Rights Institutions: APF) 8
กสม. ได้เข้าร่วมประชุมประจ�ำปี เพื่อเปิดโอกาสให้
สมาชิกได้ทบทวนการท�ำงานในปีทผี่ า่ นมา โดยมีประเด็น
การแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการท�ำงานในช่วง
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19) ของกลุม่ คนเปราะบาง (กลุม่ ผูส้ งู อายุ
ผูพ้ กิ าร สตรีและเด็ก ผูอ้ พยพและผูล้ ภี้ ยั และกลุม่ ผูม้ คี วาม
หลากหลายทางเพศ) บทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชน
แห่ ง ชาติ ต ่ อ การเลื อ กปฏิ บั ติ ใ นการจ้ า งงานรวมถึ ง
การจ่ายค่าจ้างอย่างเท่าเทียม และการหารือระดับสูง
ของ APF (APF High Level Dialogue: HLD) เพือ่ หารือ
เกี่ ย วกั บ การเตรี ย มการเข้ า รั บ การประเมิ น สถานะ
ของ กสม. ตามหลักการปารีส บทบาทของสถาบัน
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการจัดการไต่สวนสาธารณะ
(Public Inquiry) ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน และประเด็น
ผู้โยกย้ายถิ่นฐานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
1) กรอบความร่วมมือเครือข่ายพันธมิตรระดับ
โลกว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (Global
Alliance of National Human Rights Institutions:
GANHRI) กสม. เข้ า ร่ ว มประชุ ม ประจ� ำ ปี แ ละ
การประชุมสมัชชาใหญ่ โดยมีประเด็นการแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์เกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายที่มีผลต่อ
การปฏิบัติหน้าที่ในยุคของดิจิทัล การเข้าถึงกลุ่มคน
เปราะบาง เช่น คนพิการ บุคคลในพื้นที่ห่างไกล หรือ
3) กรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South
East Asia National Human Rights Institutions
Forum: SEANF)9 ในปีทผี่ า่ นมา สมาชิกได้มกี ารแลกเปลีย่ น
ประเด็นข้อท้าทายที่ส�ำคัญในภูมิภาค เช่น การจัดตั้ง
ส�ำนักงานเลขาธิการถาวร รวมทัง้ ได้พจิ ารณาความคืบหน้า
ของ SEANF ที่กรุงจาการ์ตา การจัดท�ำเว็บไซต์ และ
ความร่วมมือระหว่าง SEANF กับคณะกรรมาธิการ
8
9
ผลการด�ำเนินงาน
ในภาพรวม
ส�ำนักงาน กสม. ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการประเมิน
สถานะของ กสม. ณ ส�ำนักงาน กสม. และผ่านระบบ
ทางไกล (Zoom Meeting) โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(1) เพือ่ สร้างความรูค้ วามเข้าใจในเรือ่ งหลักการปารีสและ
การเข้ารับการประเมินสถานะของ กสม. (2) เพือ่ แลกเปลีย่ น
ประสบการณ์ แ ละถอดบทเรี ย นการท� ำ งานทางด้ า น
การประเมินสถานะของ กสม. และ (3) เพื่อรวบรวม
ข้ อ มู ล เกี่ ย วกั บ ข้ อ เสนอแนะในการด� ำ เนิ น งานใน
อนาคตจากผู ้ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การท� ำ งานเพื่ อ ใช้
ประโยชน์ในการเข้ารับการประเมินสถานะของ กสม.
ในรอบต่อไปการได้รับสถานะ A จะท�ำให้ กสม. ได้รับ
ความเชื่อมั่นในการด�ำเนินงานจากทุกภาคส่วน รวมทั้ง
สามารถมีส่วนร่วมในการเสนอข้อคิดเห็นในประเด็น
สิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ในเวทีสหประชาชาติได้มากขึ้น
ทั้ ง นี้ กสม. ยั ง ต้ อ งติ ด ตามความคื บ หน้ า เรื่ อ ง
การแก้ไขกฎหมายต่อไป เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่ SCA
จะติดตามเมื่อ กสม. ต้องเข้ารับการทบทวนสถานะ
ในอีก 5 ปีข้างหน้า
บทที่
3
สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคที่เป็นสมาชิกรวมทั้งสิ้น 22 แห่ง โดยแบ่งออกเป็นสมาชิกสามัญ (มีสิทธิในการออกเสียง) จ�ำนวน 15 แห่ง ได้แก่
อัฟกานิสถาน ออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย มองโกเลีย เนปาล นิวซีแลนด์ ปาเลสไตน์ ฟิลิปปินส์ กาตาร์ เกาหลีใต้ ไทย และ
ติมอร์-เลสเต และสมาชิกสมทบ หรือ Associate Member ซึง่ ไม่มอี ำ� นาจในการออกเสียง แต่สามารถเข้าร่วมการประชุมภายใต้กรอบ APF ได้ในทุกระดับ
จ�ำนวน 7 แห่ง ได้แก่ บังกลาเทศ ศรีลังกา มัลดีฟส์ โอมาน ซามัว เมียนมา และ คาซักสถาน
สมาชิกของ SEANF ประกอบด้วย สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคที่มีการจัดตั้งแล้ว 6 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์
ไทย และติมอร์-เลสเต
73