ร าย งานผล การ ปฏิ บั ติ งานค ณะกร รม การสิ ท ธิ ม นุษ ยชน แ ห่ ง ชา ติ ประ จำ � ปี ง บประ ม า ณ พ .ศ. 25 6 5
56
สงสั ย ว่ า ได้ ก ระท� ำ การให้ เ กิ ด ความไม่ ส งบเรี ย บร้ อ ย
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการใช้อ�ำนาจตาม
ระเบียบกองอ�ำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4
ส่วนหน้า ว่าด้วยวิธกี ารปฏิบตั งิ านของพนักงานเจ้าหน้าที่
ตามมาตรา 11 แห่งพระราชก�ำหนดบริหารราชการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ส�ำหรับการก�ำหนด
แนวทางหรือมาตรการส�ำหรับให้เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์
บันทึกภาพและเสียงในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ตามค�ำสั่ง
ส� ำ นั ก งานต� ำ รวจแห่ ง ชาติ ที่ 178/2564 ลงวั น ที่
9 เมษายน 2564 ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติไม่อาจ
ด�ำเนินการได้ เนือ่ งจากค�ำสัง่ ดังกล่าวได้กำ� หนดแนวทาง
ปฏิบัติไว้ชัดเจนแล้ว แต่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ
4) ข้ อ เสนอแนะเกี่ ย วกั บ การเลื อ กปฏิ บั ติ โ ดย
ไม่เป็นธรรมต่อบุคคล กสม. มีข้อเสนอแนะเพื่อให้
หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องด�ำเนินการ (1) กรณีหน่วยงานของรัฐ
บั ง คั บ ให้ ต รวจเลื อ ดเพื่ อ หาเชื้ อ เอชไอวี ผู ้ ส มั ค รสอบ
เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ให้ ส� ำ นั ก งานต� ำ รวจแห่ ง ชาติ ท บทวนบั ญ ชี แ นบท้ า ย
กฎ ก.ตร. ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ
การเป็นข้าราชการต�ำรวจ พ.ศ. 2547 และกฎ ก.ตร.
ว่ า ด้ ว ยคุ ณ สมบั ติ แ ละลั ก ษณะต้ อ งห้ า มของการเป็ น
ข้าราชการต�ำรวจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549 ก�ำหนดให้
โรคเอดส์เป็นโรคต้องห้ามในการเข้าเป็นข้าราชการ
ต�ำรวจ โดยควรก�ำหนดค�ำนิยามให้ชดั เจนว่า “โรคเอดส์”
ตามบัญชีแนบท้ายกฎ ก.ตร. ฉบับดังกล่าว มีความหมาย
อย่างไร ภายใต้หลักเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ
เอชไอวี และให้ ค ณะกรรมการแห่ ง ชาติ ว ่ า ด้ ว ย
การป้ องกั น และแก้ไขปัญหาเอดส์ (คช.ปอ.) จั ด ตั้ ง
ศู น ย์ รั บ เรื่ อ งร้ อ งเรี ย นเกี่ ย วกั บ ผู ้ ติ ด เชื้ อ เอชไอวี แ ละ
ผู ้ ป ่ ว ยเอดส์ นอกจากนี้ ใ ห้ ห น่ ว ยงานของรั ฐ และ
รัฐวิสาหกิจปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการแห่งชาติ
ว่ า ด้ ว ยการป้ อ งกั น และแก้ ไ ขปั ญ หาเอดส์ ลงวั น ที่
21 สิงหาคม 2552 เรื่อง แนวปฏิบัติแห่งชาติว่าด้วย
การป้องกันและบริหารจัดการด้านเอดส์ในสถานทีท่ ำ� งาน
และให้ ภ าครั ฐ เป็ น แบบอย่ า งการไม่ เ ลื อ กปฏิ บั ติ ต ่ อ
ผู้ติดเชื้อเอชไอวี รวมทั้งให้มีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อ
คุ้มครองสิทธิของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ได้แก่ การใช้กลไก
ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และ
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2542)
เรื่ อ ง ชนิ ด หรื อ ประเภทของการรั ก ษาพยาบาล
การบริการอื่นของสถานพยาบาล และสิทธิของผู้ป่วย
ซึ่ ง ผู ้ รั บ อนุ ญ าตจะต้ อ งแสดงข้ อ มู ล ตามที่ ก� ำ หนด
ในประกาศตามมาตรา 32 (3) ในสถานบริการทางการแพทย์
ที่ มี บ ริ ก ารตรวจหาเชื้ อ เอชไอวี แ ละไม่ เ ปิ ด เผยผล
การตรวจต่อบุคคลอืน่ ไม่วา่ จะโดยสมัครใจหรือไม่ รวมถึง
การด�ำเนินการให้มมี าตรการเชิงลงโทษต่อสถานพยาบาล
ที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าวอย่างเคร่งครัด (2) กรณี
ภาคเอกชนเลือก��ิบตั ติ อ่ ผูต้ ดิ เชือ้ เอชไอวีในการสมัครงาน
ให้บริษัทเอกชนยกเลิกเงื่อนไขการตรวจหาเชือ้ เอชไอวี
ก่อนรับเข้าท�ำงานในทุกต�ำแหน่ง รวมถึงด�ำเนินการตาม
แนวปฏิ บั ติ แ ห่ ง ชาติ ว ่ า ด้ ว ยการป้ อ งกั น และบริ ห าร
จั ด การด้ า นเอดส์ ใ นสถานที่ ท� ำ งาน และประกาศ
กระทรวงแรงงาน เรือ่ ง แนวทางการป้องกันและบริหาร
จัดการด้านเอดส์และวัณโรคในสถานประกอบกิจการ
และ (3) กรณี เ จ้ า หน้ า ที่ ต� ำ รวจตรวจค้ น บุ ค คลผู ้ มี
ความหลากหลายทางเพศ ให้สถานีต�ำรวจภูธรเวียงคุก
ก�ำชับให้เจ้าหน้าที่ต�ำรวจปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจค้น
บุคคลทีม่ คี วามหลากหลายทางเพศด้วยความสุภาพและ
หลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อตัวร่างกายโดยไม่จ�ำเป็น และ
มี ทั ศ นคติ ที่ เ คารพต่ อ ศั ก ดิ์ ศ รี ความเป็นมนุษย์และ
ค�ำนึงถึงอัตลักษณ์ทางเพศ เพศสภาพ หรือเพศภาวะของ
บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศที่ถูกตรวจค้นตัว
ผลด�ำเนินการ/ผลสัมฤทธิ:์ หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องได้
ด�ำเนินการตามข้อเสนอแนะของ กสม. เช่น บริษทั เอกชน
ผูถ้ กู ร้องได้ยกเลิกการตรวจหาเชือ้ เอชไอวีกอ่ นรับพนักงาน
เข้าท�ำงานทุกต�ำแหน่ง กระทรวงสาธารณสุขได้ก�ำชับ