76 สําหรับในประเทศไทย นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 เป็นต้นมา การเคลื่อนไหวปกปูอง คุ้มครองและเผยแพร่แนวคิดสิทธิมนุษยชนค่อยๆ ขยายตัวมากขึ้นจนกระทั่งในปี พ.ศ.2540 จึงเกิดรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางและยังมีบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอย่างเด่นชัด รวมถึงการก่อให้เกิด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2542 ด้วย พระราชบัญญัตินี้ให้นิยามคําว่าสิทธิมนุษยชนไว้ว่า “สิทธิมนุษยชน หมายความว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รับการรับรองหรือคุ้มครองตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญาที่ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะ ต้องปฏิบัติตาม” (นัยนา เกิดวิชัย, 2558 : 120) 4.2.1.2 หลักการของสิทธิมนุษยชน จากการศึกษาวิเคราะห์ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน พบว่า นอกจากระบุ ขอบเขตของสิทธิมนุษยชนว่าครอบคลุมสิทธิอะไรแล้ว ตัวปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเองยังได้นําเสนอ หลักการสําคัญของสิทธิมนุษยชนไว้ด้วย หลักการนี้ถือเป็นสาระสําคัญที่ใช้อ้างอิงความเป็นสากลของสิทธิ มนุษยชน และใช้เป็นเครื่องมือชี้วัดว่าสังคมใดมีการเคารพและปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนหรือไม่ หลักการพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน 6 ประการ ได้แก่ 1) สิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิ ธรรมชาติติดตัวมนุษย์มาแต่กําเนิด (Natural rights) 2) สิทธิมนุษยชนเป็นสากลและไม่สามารถถ่ายโอนกันได้ (Universality & inalienability) 3) สิทธิมนุษยชนไม่สามารถแยกเป็นส่วนๆ ว่าสิทธิใดมีความสําคัญกว่าอีก สิทธิหนึ่ง (Indivisibility) 4) คนทุกคนมีความเสมอภาคและห้ามการเลือกปฏิบัติ (Equality and non–discrimination) 5) การมีส่วนร่วมและการเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิ (Participation & inclusion) 6) ตรวจสอบได้และ ใช้หลักนิติธรรม (Accountability & the rule of law) (UNDP, 2006) หลักการพื้นฐานทั้ง 6 ประการนี้สามารถ อธิบายได้ดังนี้ (กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, 2555) 1) สิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิธรรมชาติ ติดตัวมนุษย์มาแต่เกิด (Natural rights) หมา��ความว่า มนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีประจําตัวตั้งแต่เกิดเป็นมนุษย์ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Human dignity) นี้ ไม่มีใครมอบให้เป็นสิ่งที่ธรรมชาติได้กําหนดขึ้นในมนุษย์ทุกคน ความหมายของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หมายถึง (1) ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คือ คุณค่าของคนในฐานะที่เป็นมนุษย์ (2) การให้คุณค่าของมนุษย์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ คุณค่าที่ถูกกําหนดขึ้นโดยสังคม เป็นการให้คุณค่าของมนุษย์ในฐานะการดํารงตําแหน่งทางสังคม ซึ่งมีความแตกต่างกัน ขึ้น อยู่กับการมีอํานาจหรือการยึดครองทรัพยากรของสั งคมและคุณค่าที่ถูกกําหนด ขึ้น โดยธรรมชาติ เป็ น การให้ คุณค่าของมนุษย์ในฐานะที่เป็นมนุษย์ซึ่งมีความเท่าเทียมกันไม่แบ่งแยกกั น (3) การกําหนดคุณค่าที่แตกต่างกันนํามาซึ่งการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ ผู้คนในสังคมโดยทั่วไปมักจะให้ คุณค่าทางสังคม เช่น ฐานะตําแหน่งหรือเงินตรามากกว่า การให้คุณค่าแบบนี้นํามาซึ่งการเลือกปฏิบัติจึงต้อง ปรับวิธีคิดและเน้นให้มีการปฏิบัติ โดยการให้คุณค่าของความเป็นคนในฐานะความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ให้คุณค่า คนตามสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม 2) สิทธิมนุษยชนเป็นสากลและไม่สามารถถ่ายโอนกันได้ (Universality & inalienability) หมายความว่า สิทธิมนุษยชนนั้นเป็นของคนทุกคน ไม่มีพรมแดน คนทุกคนมีสิทธิมนุษยชนต่างๆ

Select target paragraph3