69 บนแผ่นกระดาษ เป็นการอ่านจากเครื่องทดสอบที่มีลักษณะคล้ายกับสัญญาณไฟจราจร แต่ใช้การสุ่มสลับตําแหน่ง ของสัญญาณไฟทั้ง 3 สี ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงและอาจทําให้บุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสี สับสนได้ นอกจากนี้ระเบียบดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอในแง่ของการปฏิบัติ เช่น ใบรับรองแพทย์จําเป็นต้องเป็น แพทย์เฉพาะทางเท่านั้นหรือไม่ และหากแพทย์ระบุว่าตาบอดสีแต่สามารถขับรถได้จะต้องทดสอบตาบอดสี อีกหรือไม่ แล้วถ้าแพทย์ระบุว่าสามารถขับรถได้แต่เมื่อทดสอบกลับอ่านสีผิดจะพิจารณากันอย่างไร และหาก จําเป็นต้องตัดสิทธิของบุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสีแล้วจะรับผิดชอบชีวิตของบุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสีอย่างไร เพราะชีวิตของบุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสีก็สําคัญไม่ต่างจากชีวิตของคนปกติ ในเมื่อท่านตัดสิทธิของบุคคลผู้ที่ มีอาการตาบอดสีเพื่อความปลอดภัยของสังคม แล้วท่านจะชดเชยในความเสียสละหรือให้ความช่วยเหลือกับ บุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสีเหล่านั้นอย่างไร ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่าการแก้ไขระเบียบในครั้งนี้จะช่วยลดอุบัติเหตุ หรือแก้ไขปัญหาจราจรให้ ดีขึ้นได้เพราะคนที่ทําให้เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ก็คือคนที่มีใบขับขี่ ซึ่งได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก แทบทั้งนั้น การอบรมไม่ว่าจะยาวนานเพียงใดก็ไร้ค่าถ้าไม่นําไปปฏิบัติอย่างจริงๆ ใบรับรองแพทย์ก็ไม่ใช่สิ่งที่ จะซื้อหากันมาไม่ได้ ถึงไม่มีใบขับขี่ก็ใช่ว่าจะนํารถมาขับบนถนนไม่ได้ และถ้าเลือกได้ก็คงไม่มีใครอยากมาติดต่อ ที่กรมการขนส่งทางบกหรอกครับ เพราะต้องเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาทํามาหากิน ไม่ทราบว่าก่อนที่จะแก้ไขกฎ ระเบียบต่างๆ กรมการขนส่งทางบกได้มีการศึกษาวิเคราะห์กันอย่างละเอียดรอบคอบมากน้อยแค่ไหน เคยสอบถาม ความคิดเห็นของประชาชนหรือผู้จะได้รับผลกระทบกันบ้างหรือไม่ มีคณะกรรมการมาตรวจความถูกต้องเหมาะสม กันบ้างหรือไม่ จริงๆ แล้วคนที่สร้างปัญหาหรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุเป็นเพียงคนส่วนน้อยของสังคมเท่านั้น จึงควร ออกระเบียบให้สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดอย่างจริงจัง เพื่อจะได้ไม่ส่งผลกระทบหรือสร้างความเดือดร้อนกับ คนส่วนมากที่ไม่ได้ก่อปัญหาให้กับสังคมอีกต่อไป…” (นายศิริชัย เจสดุ, เรื่องร้องเรียนกรมการขนส่งทางบก, 24 มิถุนายน 2554) 4.1.2 ผลการศึกษาจากการสนทนากลุ่มย่อย การสัมภาษณ์ และการจัดเวทีสาธารณะรับฟัง ความคิดเห็น การเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสนทนากลุ่มย่อยบุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสี การสัมภาษณ์ ผู้บริหารเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องและตัวแทนบุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสี และการจัดเวทีสาธารณะ รับฟังความคิดเห็น พบว่า ผู้เข้าร่วมสนทนากลุ่มย่อย ผู้ให้สัมภาษณ์ และผู้ให้ความคิดเห็นในเวทีสาธารณะรับฟัง ความคิดเห็นส่วนใหญ่มีความเห็นว่า บุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสีส่วนใหญ่นั้น ไม่มีความแตกต่างจากคนปกติทั่วไป สามารถที่จะใช้ชีวิตประจําวันได้ตามปกติ แต่มีปัญหาและข้อจํากัดในด้านการศึกษา ด้านการประกอบอาชีพ และด้านการใช้ชีวิตประจําวัน เนื่องจากการถูกเลือกปฏิบัติดังนี้ 4.1.2.1 สภาพปัญหาและข้อจากัดของบุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสีในด้านการศึกษา ผลการศึกษาด้วยการสนทนากลุ่มย่อย การสัมภาษณ์และการจัดเวทีสาธารณะรับฟัง ความคิดเห็ น พบสภาพปั ญหาและข้อจํ ากัดที่เป็นการเลื อกปฏิ บัติของบุคคลผู้ ที่มีอาการตาบอดสี ในด้า น การศึกษาหลายกรณีผู้ให้ข้อมูลท่านหนึ่งให้ข้อมูลกรณีของการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตํารวจว่า เคยสมัคร

Select target paragraph3