58 จากข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่จะปฏิเสธผู้สมัคร รายใดจะต้องมีเหตุผลชัดเจนและรับฟังได้ว่าผู้สมัครรายนั้นมีสุขภาพกายและจิตใจอย่างไรจึงไม่สามารถปฏิบัติ หน้าที่ในตําแหน่งข้าราชการอัยการได้ แม้ผู้สมัครจะมีกายพิการ แต่ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ โดย พิจารณาจากขณะที่ผู้สมัครเป็นทนายความ ก็สามารถยืนซักค้านพยานในศาลได้ตามปกติ และออกไป ปฏิบัติงานหรือตามประเด็นไปสืบที่ศาลต่างจังหวัดโดยขับรถยนต์ส่วนตัวไปด้วยตนเองเป็นประจํา แม้ผู้สมัคร จะมีความแตกต่างด้านสุขภาพกาย แต่ความแตกต่างดังกล่าวก็ไม่ถึงขนาดที่จะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานอัยการที่มีลักษณะงานเช่นเดียวกันทนายความ การมีมติไม่รับสมัครโดยไม่พิจารณาถึงความสามารถ แท้จริงในการปฏิบัติงานของผู้ฟูองคดี จึงไม่มีเหตุผลหนักแน่นพอ มติของ ก.อ.จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบ ด้วยมาตรา 33 (11) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝุายอัยการ พ.ศ.2521 และเป็นการเลือกปฏิบัติที่ ไม่เป็นธรรมต่อผู้ฟูองคดีตามมาตรา 30 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ข้อเท็จจริงเดียวกันนี้เคยพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญในคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 44/2545 โดยยกหลักการมาตรา 30 ที่บัญญัติห้ามมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะความ แตกต่างทางด้านถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทาง เศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรมหรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ แต่ศาลได้อธิบายเพิ่มเติมว่าการจะรับบุคคลเข้าดํารงตําแหน่งใด นอกจากการพิจารณาความรู้ ความสามารถ ยังต้องพิจารณาความเหมาะสมที่จะดํารงตําแหน่งนั้นด้วย เพราะในการดํารงตําแหน่งพนักงาน อัยการบางครั้งต้องมีการปฏิบัติหน้าที่นอกศาล และการคัดเลือกบุคคลไปดํารงตําแหน่งพนักงานอัยการมี มาตรการที่เข้มงวด ซึ่งศาลยกมาตรา 29 วรรคหนึ่งที่บัญญัติว่า การจํากัดสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทํามิได้ เว้นแต่อาศัยอํานาจตามกฎหมายเฉพาะที่รัฐธรรมนูญนี้กําหนดไว้และบังคับใช้ได้เท่าที่จําเป็น เท่านั้น และจะกระทบกระเทือนสาระสําคัญแห่งสิทธิเสรีภาพไม่ได้ และตามวรรคสองยังได้กําหนดว่ากฎหมาย ตามวรรคหนึ่งต้องมีผลบังคับใช้เป็นการทั่วไป ต้องไม่มุ่งบังคับใช้แก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือกลุ่มบุคคลใดบุคคล หนึ่งเป็นการเจาะจง ซึ่งต้องมีการระบุบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่ให้อํานาจในการตรากฎหมายนั้นด้วย ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝุายอัยการ พ.ศ.2521 มาตรา 33 (11) เป็น การบัญญัติโดยเข้าลักษณะตามข้อยกเว้นของรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 ซึ่งไม่กระทบกระเทือนถึงสาระสําคัญแห่ง สิทธิและเสรีภาพ มีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปและไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือบุคคลใด บุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 30 คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ ฟ.14/2548 กระทรวงการคลัง ได้อนุมัติให้รัฐวิสาหกิจจ่ายเงินเพิ่มพิเศษให้กับพนักงานรัฐวิสาหกิจในตําแหน่งวิชาชีพสาขาที่ขาดแคลนเฉพาะ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (กลุ่มเดิม) เมื่อ พ.ศ.2536 ต่อมา 1 มกราคม พ.ศ.2544 ให้ระงับการจ่ายเงิน เพิ่มพิเศษ และ 30 ตุลาคม พ.ศ.2544 กลับมีมติให้จ่ายเงินเพิ่มพิเศษแก่พนักงานรัฐวิสาหกิจเฉพาะการปฏิบัติงาน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีเงื่อนไขต้องเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจในตําแหน่งสายงานหลักซึ่งหา บุคลากรทดแทนได้ยาก และปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเคยได้รับเงินเพิ่มพิเศษอยู่เดิมก่อนที่ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ระงับการจ่ายและมีตําแหน่งต่ํากว่าระดับผู้อํานวยการฝุายลงมา มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว

Select target paragraph3