56 การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่นใด ประกอบกับมีอุปสรรคในด้านต่างๆ และมีความจําเป็นเป็นพิเศษที่จะต้อง ได้รับความช่วยเหลือด้านหนึ่งด้านใด เพื่อให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วม ทางสังคมได้อย่างบุคคลทั่วไป ความหมายของ “คนพิการ”ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมีความสอดคล้องกับ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการของสหประชาชาติ เดิมความพิการไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มสภาพทางกายหรือสุขภาพที่ได้รับความคุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 แต่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 30 วรรคสาม ได้เพิ่มหลักการในการคุ้มครองคนพิการเพื่อมิให้มีการเลื อกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องของความพิการ เมื่อพิจารณาพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝุายตุลาการ ศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง (10) ให้ผู้สมัครสอบคัดเลือก ผู้สมัครทดสอบความรู้หรือผู้สมัคร เข้ารับการคัดเลือกพิเศษเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาต้องมี คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม “...มีกายหรือจิตใจไม่เหมาะที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ...” คําว่า “กายหรือ จิตใจไม่เหมาะสม” สอดคล้องกับความหมายของคําว่า “คนพิการ” ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการของสหประชาชาติ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝุายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง (10) ที่ระบุว่า “...มีกายหรือจิตใจไม่เหมาะที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ...” เป็นการกําหนดลักษณะทางกายและจิตใจที่ไม่ เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการไว้อย่างกว้างขวางไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน อันอาจนําไปสู่การใช้ดุลพินิจที่ ส่งผลให้เกิดการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมได้ การกําหนดคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามที่มีลักษณะเป็นการ เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการไว้ในขั้นตอนการรับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการตุลาการ โดยให้เป็นดุลพินิจของ ก.ต. ในการพิจารณาความเหมาะสมของบุคคลที่จะให้มีสิทธิสมัครสอบเป็นการตัดสิทธิ คนพิการตั้งแต่ต้นโดยไม่เปิดโอกาสให้คนพิการสามารถสอบคัดเลือกได้อย่างเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไปและไม่มี โอกาสแสดงความรู้ความสามารถ อํานาจหน้าที่ของผู้พิพากษาศาลยุติธรรม คือ การพิจารณาพิพากษาคดีให้ เป็นไปโดยความยุติธรรมตามกฎหมาย ความพิการไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้จะเป็นข้าราชการ ตุลาการ ที่จะมีผลต่อการให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ศาลจึงเห็นว่า พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝุายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง (10) ในส่วนที่บัญญัติให้ผู้สมัคร สอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามว่า “...มีกายหรือจิตใจ ไม่เหมาะที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ...” จึงเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่าง ในเรื่องความพิการ 2.6.3.2 ศาลปกครอง หลักความเสมอภาคและการเลือกปฏิ บัติโดยไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 30 ของ รัฐธรรมนูญ ได้ถูกนํามาปรับใช้ในการวินิจฉัยคดีของศาลปกครอง ดังตัวอย่างต่อไปนี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ 142/2547 มีประเด็นโต้แย้งบทบัญญัติ มาตรา 33(11) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝุายอัยการ พ.ศ.2521 ที่บัญญัติว่า “ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อ บรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง อัยการผู้ช่วย ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้…

Select target paragraph3