53
ศาลรั ฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยว่าการพิจารณาจะรับบุคคลเข้าดํารงตําแหน่งใด
นอกจากจะพิจารณาความรู้ ความสามารถ ยังต้องพิจารณาความเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ และมีบุคลิก
ลักษณะที่ดีพอที่จะเป็นข้าราชการอัยการ การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการนอกจากจะทํางานในสํานักงาน
บางครั้งอาจต้องเดินทาง เช่น เดินเผชิญสืบ สอบพยานที่ไม่สามารถมาศาลได้ ร่วมชันสูตรพลิกศพ และตาม
มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญ บัญญัติเป็นข้อยกเว้นไว้ว่าการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่
รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่
รัฐธรรมนูญนี้กําหนดไว้และเท่าที่จําเป็นเท่านั้น และจะกระทบกระเทือนสาระสําคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้น
มิได้ และวรรคสอง บัญญัติรับรองไว้ว่า กฎหมายตามวรรคหนึ่งต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปและไม่มุ่งหมาย
ให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ทั้งต้องระบุบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
ที่ให้อํานาจในการตรากฎหมายนั้นด้วย ซึ่งบทบัญญัติวรรคหนึ่งและวรรคสองให้นํามาใช้บังคับกับกฎหรือ
ข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายด้วย โดยอนุโลม ดังนั้น การพิจารณาเพื่อรับสมัคร
สอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งอัยการผู้ช่วย จึงมีมาตรการที่แตกต่าง
และเข้มงวดกว่าการคัดเลือกบุคคลไปดํารงตําแหน่งอื่นอยู่บ้างเมื่อพิจารณาถึงพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
ฝุายอัยการ พ.ศ. 2521 มาตรา 33 (11) คําว่า "มีกาย...ไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการอัยการ" จะใช้ควบคู่กับ
มาตรา 33 (12) ที่บัญญัติว่า "เป็นผู้ที่คณะกรรมการแพทย์มีจํานวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่ง ก.อ. จะได้กําหนด
ได้ตรวจร่างกายและจิตใจแล้ว และ ก.อ. ได้พิจารณารายงานของแพทย์เห็นว่าสมควรรับสมัครได้ " บทบัญญัติ
ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝุายอัยการ พ.ศ. 2521 มาตรา 33 (11) เป็นไปตามความจําเป็นและ
ความเหมาะสมของฝุายอัยการ และเป็นลักษณะตามข้อยกเว้นของรัฐธรรมนูญมาตรา 29 ซึ่งไม่กระทบกระเทือน
ถึงสาระสําคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพ มีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปและไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับ แก่กรณีใดกรณีหนึ่ง
หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา
30 แต่อย่างใด
คดีนี้มีข้อเท็จจริงคล้ายกับคําวินิจฉัยก่อน ในคํา��ินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 16/2545
นายศิริมิตร บุญมูล และนางสาวบุญจุติ กลับประสิทธิ์ ทั้งสองคนประกอบอาชีพทนายความ ได้สมัครสอบ
เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการในตําแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา แต่ถูกตัดสิทธิในการสอบ เนื่องจากให้เหตุผลว่า มีสภาพ
ร่างกายไม่เหมาะสม นายศิริมิตร บุญมูล เป็นโปลิโอ ส่วนนางสาวบุญจุติ กลับประสิทธิ์ กระดูกสันหลังคดงอ
มาก เดินเองได้เฉพาะใกล้ๆ เนื่องจากเป็นโปลิโอตั้งแต่อายุ 3 ปี ผู้สมัครทั้งสองเห็นว่า การตัดสิทธิผู้สมัครเป็น
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องสภาพร่างกาย ในกรณีนี้ ผู้ตรวจการ
แผ่นดิน (ในขณะนั้นเรียกว่าผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา) ได้ยื่นหนังสือขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราช
บัญญัติระเบียบข้าราชการฝุายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 26(10) มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วย
รัฐธรรมนูญมาตรา 30 หรือไม่80 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝุายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543
มาตรา 26(10) บัญญัติว่า “ผู้สมัครสอบคัดเลือก ผู้สมัครทดสอบความรู้ หรือผู้สมัครเข้ารับ การคัดเลือกพิเศษ
เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ
ต้องห้ามดังต่อไปนี้...