39 2.5 ความเป็นธรรมในสังคม (Social Equity) ความเป็ น ธรรมในสั งคมเป็ นแนวคิดที่ว่ าด้ว ยความเป็น ธรรมในทุกมิติ ของสั งคม มิใช่ เพียงแค่ มิติทางด้า นกฎหมายเท่านั้ น ซึ่งความเป็นธรรมทางสั งคมในตัว ของมันเอง ก็ตีความได้ห ลายความหมาย อาจหมายถึงการปฏิบัติต่อกันอย่างเป็นธรรม หรือการแบ่งปันกันอย่างเป็นธรรมก็ได้ ประเด็นเรื่องความเป็น ธรรมทางสังคมนั้น เป็นทั้งปัญหาทางปรัชญาและมีความสําคัญในมิติต่างๆ เช่น การเมือง ศาสนา และสังคม ปัจเจกบุคคลอาจต้องการอยู่ในสังคมที่มีความเป็นธรรมทั้งนั้น อย่างไรก็ดีแต่ละคนอาจมีอุดมการณ์เกี่ยวกับ “ความเป็นธรรมในสังคม” ที่แตกต่างกัน 2.5.1 ความหมายของความเป็นธรรมในสังคม การให้นิยามหรือความหมายของความเป็นธรรมในสังคม (Social equity) ของนักวิชาการ ทั้งหลายมีความแตกต่างหลากหลาย มุมหนึ่งอาจให้ความหมายของความเป็นธรรมในสังคม (Social equity) ได้ว่า ความเป็นธรรมในสังคมเป็นรูปแบบ/ลักษณะในการบริหารจัดการความเท่าเทียม (Fairness) ยุติธรรม (Justice) และเสมอภาค (Equitable) ของทุกองค์กร/สถาบันในการรองรับ/สนับสนุนการบริการสาธารณะ ทั้งในทางตรงหรือในนัยยะของพันธสัญญา (Contract) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสาธารณะ (Public policy) ที่ รัฐจําต้องยึดถือหลักการดังกล่าวในการบริหารจัดการการแปลงนโยบายลงสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม 2.5.2 แนวคิดและทฤษฎีความเป็นธรรมในสังคม แนวคิดความเป็นธรรมในสังคม (Social equity) เน้นการนิยามไปที่ลักษณะของความสัมพันธ์ ระหว่างรัฐซึ่งเป็นการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันโดยรัฐในการบริหารจัดการ และประชาชนในการมีสิทธิในการ ได้รับโอกาสที่เท่าเทียมและเป็นธรรมใน “การเข้าถึง” (Access) กระบวนการพัฒนาศักยภาพและความสามารถ ของบุคคลทั้งร่างกายและจิตใจซึ่งจําเป็นต้องกําจัดอุปสรรคที่เป็นตัวกีดกันการเข้าถึงโอกาสนั้นๆ เช่น ความไม่เป็น ธรรมของโอกาสในการเข้าถึงระบบเศรษฐกิจและการเมือง การศึกษาและการบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน เป็นต้น โดยมีนัยยะในการใช้ครอบคลุมถึงกลุ่มบุคคลในทุกเพศสภาพ ทุกวัย ทุกลักษณะและทุกสถานภาพทางสังคม กลุ่มบุคคลเหล่านี้จะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งปันผลประโยชน์จากการเข้าถึงโอกาสต่างๆ ในการ พัฒนาคุณภาพชีวิต ดังนั้นความเป็นธรรมในสังคมจึงให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมจากประชาชนทุกภาคส่วน ในการสร้างกระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตร่วมกัน (Deutsch, 1975) ความเป็นธรรมในสังคม (Social equity) จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรม (Justness) และความเที่ยงธรรม (Fairness) หากเปรียบเทียบในกรณีของรัฐบาลที่ต้องการที่จะดูแลแก้ปัญหาของประชาชน ที่ทุกคนมีความแตกต่างหลากหลายทางสภาพปัญหาความต้องการและความจําเป็นในแบบเฉพาะ รั ฐบาลควร ก้าวข้ามผ่านความแตกต่างหลากหลายของการนับถือศาสนา ชนชั้น หลักความเชื่อ หรือเพศสภาพและลักษณะ ต่างๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันอย่างใดอย่างหนึ่งของแต่ละบุคคลโดยมุ่งเน้นการดูแลแก้ปัญหารักษา เยียวยาอย่างสอดคล้องกับสภาพการณ์หรือสถานการณ์นั้นๆ (Situation) (Olivia, 2011)

Select target paragraph3