37 ไม่เป็นสาระสําคัญและอยู่ในสถานะที่เหมือนกันแล้วกฎเกณฑ์ที่ใช้บังคับนั้นต้องเป็นกฎเกณฑ์เดียวกัน เช่น กฎหมายบําเหน็จบํานาญกําหนดให้ข้าราชการรับราชการ 10 ปีขึ้นไปมีสิทธิรับบําเหน็จบํานาญ ฝุายนิติบัญญัติ จะออกกฎหมายบัญญัติให้ข้าราชการซึ่งรับราชการเพียง 2 ปีที่ผู้บังคับบัญชาเห็นควรยกย่องให้ได้รับบําเหน็จ บํานาญเท่ากับข้าราชการซึ่งได้บํานาญ 10 ปี เช่นนี้หาได้ไม่ เพราะเมื่อเหตุไม่เหมือนกัน คือ เวลาราชการไม่เท่ากัน ก็ควรได้รับผลปฏิบัติแตกต่างกัน ไม่ควรให้ได้รับผลปฏิบัติเสมอกัน แม้ว่าจะอยู่ในสถานะที่เป็นข้าราชการ เหมือนกันก็ตาม (สมยศ เชื้อไทย, 2535: 139) 3) การปฏิบัติให้แตกต่างกันอันเนื่องมาจากผลประโยชน์มหาชน การปฏิบัติต่อบุคคลตามหลักความเสมอภาคนั้นย่อมต้องคํานึงถึงเรื่องประโยชน์ สาธารณะเหนือประโยชน์ส่วนบุคคล จะอ้างหลักความเสมอภาคในการใช้กฎเกณฑ์เพื่อมาคุ้มครองปัจเจกชน ไม่ได้ เช่น ในกรณีที่มีความไม่สงบเกิดขึ้นในบ้านเมือง ทางการจําเป็นต้องใช้มาตรการเพื่อก่อให้เกิดความสงบสุข กลับมาสู่บ้านเมืองอย่างเร็วที่สุด การใช้มาตรการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติและการเคารพต่อ หลักแห่งความเสมอภาค ผู้ที่เดือดร้อนจากการกระดังกล่าวจะอ้างหลักแห่งความเสมอภาคต่อรัฐหาได้ไม่ 4) การอ้างประโยชน์สาธารณะเพื่อไม่ต้องเคารพต่อหลักแห่งความเสมอภาคนั้น จะต้องไม่เป็นการก่อให้เกิดการแบ่งแยกอย่างที่ไม่สามารถยอมรับได้ การอ้างประโยชน์สาธารณะในการปฏิบัติให้แตกต่างกันนั้น แม้จะถือว่าเป็นการ กระทบต่อหลักแห่งความเสมอภาคและก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติก็ตามที แต่อย่างไรก็ดีการกระทําดังกล่าวนั้น จะต้องไม่ก่อให้เกิดการแบ่งแยกอย่างที่ไม่สามารถยอมรับได้ ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วก็ไม่สามารถใช้กฎเกณฑ์ดังกล่าวได้ การแบ่งแยกอย่างที่ไม่สามารถยอมรับได้นั้น ที่เห็นได้ชัดคือการแบ่งแยกที่เป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เช่น การแบ่งแยกในเรื่องแหล่งกําเนิด เชื้อชาติ ศาสนา เพศ เป็นต้น 5) การเลือกปฏิบัติที่เป็นธรรมมุ่งลดความเหลื่อมล้ําที่ดํารงอยู่ การเลือกปฏิบัติที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ําที่ดํารงอยู่หรือการปฏิบัติในทางบวกคือ การดําเนินการตามกฎหมายที่แตกต่างกันในลักษณะชั่วคราวที่ผู้มีอํานาจกําหนดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมและยกระดับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีสถานะด้อยกว่าบุคคลอื่นเพื่อทดแทนความไม่เท่าเทียมกัน ที่ดํารงอยู่ (F.MELIN-SOUCRAMENINE, “Les adaptions du principe d’egalite a la diversite des territoires,” RFDA., 1977’p.911. อ้างถึงในสมคิด เลิศไพฑูรย์, 2543:170) หลักการนี้เกิดจากแนวคิดของประธานาธิบดีเคนเนดี้และประธานาธิบดีจอห์นสันที่ ต้องการสร้างความเป็นธรรมขึ้นในสังคมอเมริกา หลักการดังกล่าวได้รับการยอมรับด้วยการตรากฎหมายสิทธิ พลเมือง (Civil Rights Act) ขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 1964 (Patrick WACHSMANN, Libertes Publiques, (Paris:Dalloz,1996,p.224.อ้างถึงในสมคิด เลิศไพฑูรย์ , 2543 : 170) และศาลฎีกาของสหรัฐอเมริกาดําเนิน การตามหลักดังกล่าวโดยการตัดสินในคดี Regents of University of California V.Bakke 438 US265 (1978) ว่าการที่มหาวิทยาลัยสํารองที่นั่ง 16% ของคณะแพทยศาสตร์ให้แก่นักศึกษาชนกลุ่มน้อยต่างๆ นั้น ถือเป็นการเลือกปฏิบัติที่มุ่งลดความเหลื่อ มล้ํ าที่ดํารงอยู่ เป็นต้น นอกจากนี้ หลักการเลื อกปฏิบัติที่มุ่งลด ความเหลื่อมล้ําที่ดํารงอยู่นี้ยังได้รับจากรับรองจากศาลประชาคมยุโรปโดยมีการนําหลักเกณฑ์นี้มาตัดสินในคดี

Select target paragraph3