บทที่ 1 บทนา 1.1 หลักการและเหตุผล บุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสีหรือที่เรียกว่า Colour blindness เป็นลักษณะอาการที่ตาของบุคคลนั้น แปรผลหรือแปรภาพสีผิดไปจากบุคคลอื่นที่เป็นตาปกติ ซึ่งตาถือเป็นอวัยวะจําเป็นต่อการดําเนินชีวิตอย่างมาก หากเกิดความผิดปกติไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดที่มีผลต่อการมองเห็น บุคคลนั้นๆ ย่อมได้รับผลกระทบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในทางการแพทย์ตาบอดสียังไม่สามารถรักษาหายขาดได้ จากการศึกษาของสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ที่มีภาวะตา บอดสีส่วนใหญ่เป็นเพศชายพบได้ร้อยละ 8 หญิงร้อยละ 0.5 ของจํานวนประชากรทั้งหมด สาเหตุของตาบอดสี มีหลายอย่าง ตาบอดสีจึงมีหลายชนิด ชนิดที่เกิดจากเซลล์ประสาทชนิดหนึ่งในม่านตาซึ่งมีความไวต่อสีต่างๆ มีความบกพร่องหรือพิการ ทําให้ไม่สามารถที่จะมองเห็นบางสีได้ ชนิดที่ทุกคนรู้จักโดยทั่วไปได้แก่ตาบอดสีที่ มองสีเขียวกับสีแดงไม่เห็น (Red-green blindness) ซึ่งจะทําให้ไม่สามารถแยกสีแดงกับสีเขียวจากสีอื่นๆ ได้ ดังนั้น บุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสีชนิดนี้จะมองเห็นสิ่งต่างๆ ในโลกเป็นสีน้ําเงิน สีเหลือง สีขาว สีดํา สีเทา และ ส่วนผสมของสีเหล่านั้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตาบอดสีชนิดใด ล้วนแต่จะมีสายตาหรือการมองเห็น (Vision) ที่ เป็นปกติเหมือนบุคคลอื่นทั่วไป เพียงแต่การแบ่งแยกสีจะไม่สามารถกระทําได้ สําหรับประเทศไทย กลุ่มบุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสีมีอยู่ประมาณร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มิได้หมายความว่ามองไม่เห็นสีอะไรเลย เพียงแต่สีที่เขาเห็นบกพร่องแตกต่างไปจากคนปกติ ทั้งนี้ การเรียนรู้จะสอนให้บุคคลเหล่านั้นรู้จักแบ่งแยกสี และสามารถบอกได้อย่างถูกต้องว่าสีนั้นเป็นสีอะไร เช่น คนที่ตาบอดสีแดง อาจเห็นสีแดงนั้นเป็นสีเทา แต่ถูกสอนมาว่าคือสีแดง เป็นต้น ตาบอดสีอาจเกิดได้ตั้งแต่ กําเนิดหรืออาจเกิดขึ้นในภายหลังก็ได้ ภาวะตาบอดสีเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในสังคมมาก พอสมควร โดยอาจถูกกีดกันและใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินที่ทําให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็ นธรรม ไม่ว่าจะเป็น การศึกษา การประกอบอาชีพ รวมถึงการใช้ชีวิตประจําวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้รับใบอนุญาตขับรถ เป็นต้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยคณะอนุกรรมการด้านสิทธิของผู้สูงอายุ ผู้พิการ บุคคล หลากหลายทางเพศ และการสาธารณสุข ได้รับคําร้องเรียนของบุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสีหรือสมาชิกใน ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาเกิดจากการพิจารณาและใช้ ดุลยพินิจที่ขาดความรู้และความเข้าใจที่มีต่อบุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสี รวมถึงบุคคลที่มีอาการตาบอดสีเองยัง ไม่รู้ถึงข้อจํากัดต่างๆ ของตน จึงเห็นควรให้มีการวิจัยเพื่อให้เป็นแนวทางและข้อเสนอแนะต่อบุคคลผู้ที่มีอาการ ตาบอดสี ให้เข้าใจและสามารถวางแผนการจัดการในการใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในสังคม รวมทั้งหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ต้องมีองค์ความรู้ที่ถูกต้องในการปฏิบัติต่อบุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสีให้ได้รับการปกปูอง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่จะไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมด้วย ทั้งนี้ เพื่อใช้ข้อมูลผลการศึกษาวิจัย นําไปเผยแพร่และให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชนโดยทั่วไปและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัย 1.2.1 เพื่อศึก ษาสภาพปั ญหาและข้อจํา กัดของบุคคลผู้ ที่มีอาการตาบอดสี ในด้ านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการใช้ชีวิตประจําวัน

Select target paragraph3