บทสรุปเชิงผู้บริหาร
สิทธิในการท�ำงาน
กติกา ICESCR ได้ประกันสิทธิในการท�ำงาน ไว้ในข้อ ๖-๘ ได้แก่ (๑) สิทธิในการท�ำงาน (๒) สิทธิในการ
ได้ รั บ เงื่ อ นไขการท� ำ งานที่ เ หมาะสมเป็ น ธรรม และ (๓) สิ ท ธิ ที่ จ ะก่ อ ตั้ ง และเข้ า ร่ ว มสหภาพแรงงาน ในขณะที่
รั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๖๐ ได้ มี บ ทบั ญ ญั ติ ด ้ า นสิ ท ธิ ใ นการท� ำ งาน
ไว้ในมาตรา ๓๐ มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๒
ในปี ๒๕๖๐ รั ฐ บาลด� ำ เนิ น การส่ ง เสริ ม และคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ใ นการท� ำ งานในหลายส่ ว น อาทิ
การประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการเกษียณอายุ และ
การจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างกรณีเกษียณอายุ การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต�่ำเพิ่มขึ้นในบางท้องที่ การด�ำเนินมาตรการการ
บริหารจัดการแรงงานนอกระบบอย่างต่อเนือ่ ง ซึง่ สอดคล้องกับข้อสังเกตเชิงสรุปต่อรายงานการปฏิบตั งิ านฉบับที่ ๑ และ ๒
ของคณะกรรมการประจ�ำกติกา ICESCR และข้อเสนอแนะจากกระบวนการ UPR รอบที่ ๒ โดยเฉพาะเรื่องการขยาย
ความคุ้มครองหลักประกันสังคม เป็นต้น อย่างไรก็ดี ยังพบว่ามีปัญหาและอุปสรรคบางประการที่ท�ำให้การคุ้มครอง
สิทธิในการท�ำงานไม่มีประสิทธิผลเท่าที่ควร
อาทิ การเรียกร้องค่าจ้างขัน้ ต�ำ่ ทีไ่ ม่สอดคล้อง
กับค่าครองชีพและการเพิ่มค่าจ้างไม่เท่ากั���
ทั้ ง ประเทศ รวมทั้ ง ไม่ ไ ด้ เ ป็ น อั ต รา
ค่ า จ้ า งขั้ น ต�่ ำ แรกเข้ า ที่ เ พี ย งพอต่ อ การ
เลี้ยงชีพของตนเองและครอบครัวอีก ๒ คน
ตามหลั ก การขององค์ ก าร ILO ตลอดจน
การที่รัฐยังไม่มีความก้าวหน้าในการเข้าเป็น
ภาคีอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘
เท่าที่ควร รวมไปถึงเรื่องความไม่ครอบคลุม
ของกลุ่มลูกจ้างในการก�ำหนดอัตราค่าจ้าง
ขั้นต�่ำของกลุ่มลูกจ้างบางกลุ่ม บางประเภท
และการขาดการตรวจสอบข้อบังคับเกี่ยวกับ
การท�ำงาน ซึ่งเป็นกรณีตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๐
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 23
บทสรุป
กรณีอบุ ตั เิ หตุภายใน ๗๒ ชัว่ โมงแรกทีไ่ ม่มกี ารเก็บค่าใช้จา่ ยกับผูป้ ว่ ย การแต่งตัง้ คณะกรรมการปฏิรปู ประเทศด้านสาธารณสุข
การน�ำเทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพมาใช้พัฒนาปรับปรุงระบบการบริการ การประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุม
การส่งเสริมการตลาดอาหารส�ำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความก้าวหน้าสิทธิด้านสุขภาพยังมีปัญหาและอุปสรรคในเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับ
ความเหลือ่ มล�ำ้ ในการเข้าถึงได้ โดยเฉพาะกับกลุม่ คนชายขอบซึง่ ยังเข้าไม่ถงึ การบริการ และรัฐบาลจึงจ�ำเป็นต้องด�ำเนินการ
อย่างต่อเนื่องในการเข้าถึงสิทธิด้านอนามัยเจริญพันธุ์ ผ่านระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์
การสาธารณสุขในสถานกักขังและเรือนจ�ำ การให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และ
การใช้สารเคมีป้องกันและก�ำจัดศัตรูพืชซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพ ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาล
เร่งด�ำเนินการปฏิรปู ด้านสาธารณสุขในเรือ่ งระบบหล���กประกันสุขภาพ ระบบการแพทย์ปฐมภูมิ การสนับสนุนก�ำลังบุคลากร
ด้านสาธารณสุข เพื่อลดความเหลื่อมล�้ำของประชาชนในการเข้าถึงสิทธิในการรับบริการสาธารณสุขของรัฐ