รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ พระราชบั ญ ญั ติ ก ารชุ ม นุ ม สาธารณะ พ.ศ.๒๕๕๘ มี เ จตนารมณ์ เ พื่ อ ให้ ก ารชุ ม นุ ม สาธารณะเป็ น ไปด้ ว ย ความสงบเรียบร้อย ไม่กระทบกระเทือนต่อความมัน่ คงของชาติ ความปลอดภั ย สาธารณะ ความสงบเรี ย บร้ อ ยหรื อ ศีลธรรมอันดี ตลอดจนสุขอนามัยของประชาชน หรือ ความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ และไม่ กระทบกระเทือนสิทธิและเสรีภาพและศักดิศ์ รีความเป็นมนุษย์ ของผู ้ อื่ น ตามหมายเหตุ ท ้ า ยพระราชบั ญ ญั ติ ดั ง นั้ น การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง (การดูแล การชุมนุมสาธารณะ) จึงควรเน้นที่การดูแลและคุ้มครอง การใช้เสรีภาพการชุมนุมในพืน้ ทีด่ งั กล่าว และพึงระมัดระวัง การใช้ ดุ ล พิ นิ จ ที่ ส ่ ง ผลให้ มี ก ารปฏิ เ สธการชุ ม นุ ม ในทางที่อาจไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ค�ำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ ๓/๒๕๕๘ ซึ่งออกตามมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจระบุ ขอบเขตของการชุมนุม หรือมั่วสุมทางการเมืองได้อย่าง กว้ า งขว้ า งโดยไม่ ต ้ อ งมี ค วามรั บ ผิ ด ทางปกครอง อาจท�ำให้เกิดการจ�ำกัดและละเมิดสิทธิที่เกินความจ�ำเป็น และไม่ได้สัดส่วน การรวบรวมรายชื่ อ เพื่ อ เสนอกฎหมายของผู ้ มี สิ ท ธิ เลือกตัง้ ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เ ป ็ น สิ ท ธิ ที่ ไ ด ้ รั บ ก า ร รั บ ร อ ง ต า ม รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๖๐ มาตรา ๑๓๓ (๓) ไม่ควรจัดเป็น การมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองตามข้อ ๑๒ ของค�ำสั่ง หั ว หน้ า คสช.ที่ ๓/๒๕๕๘ เว้ น แต่ จ ะมี กิ จ กรรมหรื อ การกระท�ำอื่นที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความสงบ เรี ย บร้ อ ยร่ ว มด้ ว ย ดั ง นั้ น การบั ง คั บ ใช้ ค� ำ สั่ ง ห้ า ม การชุมนุมทางการเมืองต่อการด�ำเนินกิจกรรมดังกล่าว ที่ ไ ม่ มี ผ ลกระทบต่ อ ความสงบเรี ย บร้ อ ยจึ ง อาจเป็ น การแทรกแซงการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ หากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ เป็นการกระท�ำเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และเพื่ อ ประโยชน์ ส าธารณะ การด� ำ เนิ น คดี กั บ บุ ค คล ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อยับยั้งการใช้เสรีภาพดังกล่าว หรือ เพื่อตอบโต้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีลักษณะ เป็ น การกระท� ำ ที่ คุ ก คามการท� ำ งานของบุ ค คล/ กลุ ่ ม บุ ค คลที่ เ คลื่ อ นไหวเพื่ อ ประโยชน์ ส าธารณะหรื อ นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อ การด�ำเนินชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจและ สภาพจิตใจของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน อาจเข้าข่าย เป็นการด�ำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วม ของสาธารณชน (Strategic lawsuit against public participation: SLAPP) ๘๒ การกระท� ำ ดั ง กล่ า ว อาจไม่สอดคล้องกับหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่เน้นการมีส่วนร่วม รวมทั้งอาจไม่สอดคล้องกับข้อบท ที่ ๒๕ ของกติ ก า ICCPR ที่ รั บ รองสิ ท ธิ ข องบุ ค คล ในการมี ส ่ ว นร่ ว มในการบริ ห ารรั ฐ กิ จ ทั้ ง โดยตรง และโดยผ่านผู้แทนที่เลือกโดยเสรี ข้อเสนอแนะ ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๐ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ของสหประชาชาติ ประจ�ำกติกา ICCPR ได้พิจารณา รายงานการปฏิ บั ติ ต ามกติ ก าฯ ของประเทศไทยและ แสดงความกั ง วลในการบั ง คั บ ใช้ ค� ำ สั่ ง หั ว หน้ า คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ รวมทั้งเสนอแนะให้ประเทศไทยประกัน เสรีภาพในการแสดงออก ทั้งนี้ การจ�ำกัดการใช้เสรีภาพ ในการแสดงออกและการชุ ม นุ ม โดยสงบควรต้ อ งเป็ น ไปตามเงื่ อ นไขที่ ก� ำ หนดในข้ อ บทที่ ๑๙ และข้ อ บทที่ ๒๑ ของกติกา ICCPR อย่างเคร่งครัด ดังนั้น เพื่อเป็น การคุม้ ครองการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพใน การชุมนุมโดยสงบของประชาชน และเพื่อการเตรียมการ เข้ า สู ่ ก ารเลื อ กตั้ ง ทั่ ว ไป รวมถึ ง การส่ ง เสริ ม ให้ การ ด�ำเนินการต่าง ๆ ของรัฐสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่าง ประเทศด้านสิทธิมนุษยชน จึงมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ ในกรณีการใช้เสรีภาพของประชาชนในการแสดงออก และการชุ ม นุ ม โดยสงบ โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง การแสดง ความคิ ด เห็ น ของชุ ม ชนในบริ บ ทของสิ ท ธิ ชุ ม ชน ตามมาตรา ๔๓ ของรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก ร ไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ จาก (๑) ข่าวแจก วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ สรุปผลการตรวจสอบการร้องเรียนเกี่ยวกับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ถูกด�ำเนินคดี SLAPP (๒) ข่าวประชาสัมพันธ์ วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ สรุปงานวันสตรีสากล ปี ๒๕๖๑ และ (๓) ข่าวแจก ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๑ โครงการประสานความร่วมมือกับองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน และสภาวิชาชีพ ในหัวข้อข้อเสนอแนะนโยบายในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย,” โดย ส�ำนักงาน กสม., ๒๕๖๒. สืบค้นจาก www.nhrc.or.th ๘๒ 76

Select target paragraph3