รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑
ของนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ อย่างไรก็ตาม ในกรณีหลัง
อัยการศาลทหารได้สั่งไม่ฟ้องเนื่องด้วยพยานหลักฐาน
ไม่เพียงพอ๗๘
ส� ำ หรั บ ผลกระทบต่ อ เสรี ภ าพในการชุ ม นุ ม โดยสงบ
และปราศจากอาวุ ธ มี ก รณี เ ช่ น การใช้ ดุ ล พิ นิ จ ของ
เจ้าหน้าที่ต�ำรวจในฐานะเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติ
การชุ ม นุ ม สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ ตอบกลั บ หนั ง สื อ
ของผู ้ จั ด งานกิ จ กรรม “We Walk…เดิ น มิ ต รภาพ”
แจ้งการชุมนุมตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ
พ.ศ. ๒๕๕๘ ไปยังเจ้าหน้าทีต่ ำ� รวจสถานีตำ� รวจภูธรอ�ำเภอ
คลองหลวง อันเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมในวันที่ ๑๗
มกราคม ๒๕๖๑ โดยระบุ ว ่ า “กิ จ กรรมมี พ ฤติ ก ารณ์
จ�ำหน่ายเสือ้ ยืดซึง่ มีขอ้ ความสือ่ ความหมายในทางการเมือง
และการชั ก ชวนให้ ป ระชาชนทั่ ว ไปร่ ว มลงลายมื อ ชื่ อ
ยกเลิ ก กฎหมาย ซึ่ ง ไม่ ใ ช่ ก ารชุ ม นุ ม สาธารณะ
ทีเ่ จ้าหน้าทีต่ ำ� รวจมีอำ� นาจดูแล แต่เป็นการมัว่ สุมหรือชุมนุม
การเมืองตามข้อ ๑๒ ของค�ำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ ๓/๒๕๕๘
ซึ่งหากฝ่าฝืนต้องรับโทษจ�ำคุกไม่เกินหกเดือน ปรับไม่เกิน
หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ”๗๙ ทั้งนี้ ภายหลังจาก
การยืนยันการด�ำเนินกิจกรรมดังกล่าว ได้มกี ารสกัดกัน้ และ
การสลายการชุมนุมโดยไม่มคี วามรุนแรง และมีการแจ้งความ
ด�ำเนินคดีกับผู้แทน ผู้เข้าร่วม และคณะผู้ประสานงาน
จ�ำนวน ๘ คน ในข้อหาขัดค�ำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ และ
ต่อมา ศาลปกครองกลางได้มีค�ำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราว
ก่อนการพิพากษาคดีหมายเลขด�ำที่ ๑๕๔/๒๕๖๑ ลงวันที่
๒๖ มกราคม ๒๕๖๑ โดยเป็นการคุ้มครองชั่วคราว ท�ำให้
กิจกรรมดังกล่าวสามารถด�ำเนินการได้จนแล้วเสร็จ๘๐
ในการรณรงค์ แ ละสร้ า งการตระหนั ก รู ้ ผ ่ า นกิ จ กรรม
“นัดรวมพลประชาชนอยากเลือกตั้ง” ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรก
เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๑ ณ สกายวอล์ก ปทุมวัน
มีผเู้ ข้าร่วมกิจกรรม ๓๙ คนถูกหมายเรียกจากส�ำนักงานต�ำรวจ
แห่งชาติให้ไปรับทราบข้อกล่าว ณ สถานีต�ำรวจนครบาล
ปทุ ม วั น ส� ำ นั ก งาน กสม. ได้ เ ข้ า ร่ ว มสั ง เกตการณ์
การแจ้งข้อกล่าวหาและพบว่า การด�ำเนินการเป็นการมา
รั บ ทราบข้ อ กล่ า วหาตามหมายเรี ย ก มิ ไ ด้ มี ก ารจั บ กุ ม
ควบคุมตัว โดยเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ
การชุ ม นุ ม สาธารณะโดยร่ ว มกั น ชุ ม นุ ม ในที่ ส าธารณะ
ในรัศมี ๑๕๐ เมตรจากเขตพระราชฐาน และขัดค�ำสั่ง
หัวหน้า คสช.ที่ ๓/๒๕๕๘ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาจ�ำนวน ๒๘
คนเดินทางไปศาลแขวงปทุมวัน พนักงานสอบสวนได้มา
ขอผัดฟ้องที่ศาลแขวงปทุุมวันเป็นเวลา ๖ วัน โดยศาล
อนุญาตให้ผัดฟ้องและไม่มีการฝากขัง และให้ผู้ต้องหา
กลับบ้านได้โดยให้รอติดต่อกลับไปเมื่อมีการส่งฟ้องต่อ
อัยการภายใน ๓๐ วันตามกรอบของคดีที่ขึ้นศาลแขวง
และไม่ มี เ งื่ อ นไขการปล่ อ ยตั ว ใด ๆ ส่ ว นอี ก ๕ คน
ทีถ่ กู แจ้งข้อหาตามมาตรา ๑๑๖ ของประมวลกฎหมายอาญา
ได้เดินทางไปที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เนื่องจากเป็นข้อหา
ที่มีอัตราโทษสูงกว่า ๓ ปี และต่อมา ศาลได้ยกค�ำร้อง
ที่ให้มีการฝากขังเช่นกัน๘๑
ตามข้อหาความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ เมือ่ ครัง้ เป็นวิทยากรในงานเสวนา “ประวัตศิ าสตร์วา่ ด้วยการช�ำระและการสร้าง” จัดโดยกลุม่ สภาหน้าโดม เมือ่ วันที่
๕ ตุลาคม ๒๕๕๗ ทีม่ หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ต่อมา ในวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๑ อัยการศาลทหารสัง่ ไม่ฟอ้ งเนือ่ งด้วยพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง ทัง้ ในข้อหาความผิด
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และจากการน�ำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสูร่ ะบบคอมพิวเตอร์ตามพระราชบัญญัตคิ อมพิวเตอร์.
๗๙
การสังเกตการณ์ของส�ำนักงาน กสม. และแถลงการณ์ศนู ย์ทนายความเพือ่ สิทธิมนุษยชน มูลนิธนิ ติ ธิ รรมเพือ่ สิง่ แวดล้อม สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน มูลนิธศิ นู ย์ขอ้ มูลชุมชน
และมูลนิธผิ สานวัฒนธรรม.
๘๐
ศาลปกครองกลางมีคำ� สัง่ เกีย่ วกับวิธกี ารชัว่ คราวก่อนการพิพากษา คดีหมายเลขด�ำที่ ๑๕๕/๒๕๖๑ วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๑ โดยสรุปว่า (๑) ให้ผถู้ กู ฟ้องคดีที่ ๑ โดยผูบ้ ญ
ั ชาการ
ต�ำรวจแห่งชาติสงั่ การให้เจ้าหน้าทีต่ ำ� รวจทีม่ ฐี านะเป็นเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ มิให้กระท�ำการใด ๆ ทีม่ ลี กั ษณะเป็นการปิดกัน้ ขัดขวางในการใช้เสรีภาพการชุมนุม
ของผูฟ้ อ้ งคดีทงั้ ๔ และผูร้ ว่ มชุมนุมภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย และ (๒) ให้เจ้าหน้าทีต่ ำ� รวจใช้อำ� นาจหน้าทีต่ ามมาตรา ๑๙ วรรค ๔ แห่งพระราชบัญญัตกิ ารชุมนุมสาธารณะฯ เพือ่ ประโยชน์
ในการคุม้ ครองความสะดวกของประชาชน การดูแลการชุมนุมสาธารณะ และการรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยเคร่งครัดจนถึงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์
๒๕๖๑ แต่หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าผูฟ้ อ้ งคดีทงั้ ๔ และผูร้ ว่ มชุมนุมกระท�ำการใดอันท�ำให้เป็นการชุมนุมสาธารณะทีไ่ ม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะหรือ
เจ้าพนักงานต�ำรวจในบังคับบัญชาของผูถ้ กู ฟ้องคดีที่ ๑ ก็ชอบทีจ่ ะพิจารณาก�ำหนดเงือ่ นไขหรือมีคำ� สัง่ หรือประกาศให้ผชู้ มุ นุมเลิกการชุมนุม หรือแก้ไข หรือร้องขอต่อศาลให้มคี ำ� สัง่
ให้เลิกการชุมนุม หรือด�ำเนินการอืน่ ใดตามอ�ำนาจหน้��ทีเ่ พือ่ บังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะหรือกฎหมายอืน่ ได้.
๘๑
จาก บันทึกการสังเกตการณ์การแจ้งข้อกล่าวหา และการรายงานตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ๓๙ คน นัดรวมพลประชาชนอยากเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๒๗
มกราคม ๒๕๖๑, วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑. โดย ส�ำนักงาน กสม. .
๗๘
74