รายงานผลการประเมินสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑
นายกรั ฐ มนตรี ไ ด้ มี ค� ำ สั่ ง ส� ำ นั ก นายกรั ฐ มนตรี ที่
๑๓๑/๒๕๖๐ ลงวั น ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ และ
ค�ำสั่งส�ำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๑๙๘/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๑๘
สิงหาคม ๒๕๖๐ แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการเรื่องราว
ร้องทุกข์กรณีถกู กระท�ำทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ
โดยมี รั ฐ มนตรี ว ่ า การกระทรวงยุ ติ ธ รรมเป็ น ประธาน
กรรมการ และมี ผู ้ แ ทนจากหน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ ง
รวม ๑๖ แห่งร่วมเป็นกรรมการ มีอำ� นาจหน้าทีร่ บั เรือ่ งราว
ร้ อ งทุ ก ข์ ตรวจสอบติ ด ตาม เยี ย วยา รวมถึ ง ป้ อ งกั น
การทรมาน และการบังคับบุคคลให้หายสาบสูญขึ้น ทั้งนี้
เพื่อเป็นหลักประกันการคุ้มครองสิทธิให้กับประชาชน
อี ก ทางหนึ่ ง ในระหว่ า งที่ ร ่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ป ้ อ งกั น
และปราบปรามการทรมานและการกระท� ำ ให้ บุ ค คล
สู ญ หายฯ ยั ง ไม่ มี ผ ลบั ง คั บ ใช้ ภายใต้ ค ณะกรรมการ
ดังกล่าว ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จ�ำนวน ๔ ด้าน
ดั ง นี้ ๑) คณะอนุ ก รรมการติ ด ตามและตรวจสอบ
กรณี ถู ก กระท� ำ ทรมานและถู ก บั ง คั บ ให้ ห ายสาบสู ญ๕๘
มีอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธาน ท�ำหน้าที่
บทที่ ๒
อนึ่ ง ภายหลั ง จากที่ ก รมคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพได้
เผยแพร่ ร ่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ป ้ อ งกั น และปราบปราม
การทรมานและการกระท�ำให้บคุ คลสูญหายฯ ฉบับส�ำหรับ
การรั บ ฟั ง ความคิ ด เห็ น แล้ ว ได้ มี ก ารแสดงความห่ ว ง
กังวลจากภาคประชาสังคมบางส่วนต่อการพิจารณาว่า
การพิ จ ารณาร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ฯ มี ค วามล่ า ช้ า
หลักการบางประการถูกตัดออกไปจากร่างพระราชบัญญัติ
ฉบั บ เดิ ม ที่ เ คยเสนอคณะกรรมาธิ ก ารวิ ส ามั ญ กิ จ การ
สนช. ซึ่ ง อาจส่ ง ผลให้ ไ ม่ ส ามารถคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ แ ละ
เสรี ภ าพของบุ ค คล ตามหลั ก การอั น เป็ น สาระส� ำ คั ญ
ของอนุ สั ญ ญา CAT ๕๑ ได้ อ ย่ า งเต็ ม ที่ เช่ น ๑) หลั ก
การไม่สามารถผ่อนปรนได้๕๒ ๒) หลักการห้ามผลักดัน
กลั บ ไปเผชิ ญ อั น ตราย ๕๓ ๓) การห้ า มน� ำ ค� ำ ให้ ก าร
ที่ ไ ด้ ม าจากการทรมานมาใช้ ๕๔ ๔) หลั ก ประกั น
เพือ่ การป้องกัน๕๕ และ ๕) บทนิยามของการกระท�ำทรมาน
และการบังคับบุคคลให้สูญหาย๕๖ เป็นต้น
คณะกรรมการจั ด การเรื่ อ งราวร้ อ งทุ ก ข์ ก รณี
ถูกกระทำ�ทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ๕๗
การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
สนช. ได้มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติป้องกันและ
ปราบปรามการทรมานและการกระท�ำให้บุคคลสูญหายฯ
และให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ต่อไป
จาก กก.นักนิตศิ าสตร์สากล-แอมเนสตีฯ้ ผิดหวัง ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันซ้อมทรมาน-อุม้ หายไทย, โดย ประชาไท, ๒๕๖๑. สืบค้นจาก https://prachatai.com/journal/2018/03/75883
หลักการไม่สามารถผ่อนปรนได้ คือการห้ามการกระท�ำทีเ่ ป็นการทรมานและการกระท�ำให้บคุ คลสูญหายโดยเด็ดขาด แม้ในขณะทีม่ กี ารประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉิน (CAT ข้อที่ ๒).
๕๓
การห้ามส่งบุคคลกลับไปยังสถานที่ซึ่งมีความเสี่ยงว่าบุคคลนั้นจะถูกทรมาน (CAT ข้อ ๓).
๕๔
การห้ามน�ำค�ำให้การหรือข้อมูลใด ๆ ทีไ่ ด้จากการทรมานมาใช้เป็นพยานหลักฐานในการด�ำเนินคดี (CAT ข้อ ๑๕).
๕๕
การก�ำหนดให้ทนายความและญาติสามารถเข้าเยีย่ มผูถ้ กู ควบคุมตัวได้ รวมทัง้ ได้รบั การชีแ้ จงข้อมูลเกีย่ วกับชะตากรรมและสถานทีค่ วบคุมตัวอย่างต่อเนือ่ ง (CPED ข้อ ๑๗ และ ๑๘).
๕๖
องค์ประกอบส�ำคัญในบทนิยามของการกระท�ำให้บคุ คลสูญหายและการทรมานตามร่างพระราชบัญญัตฯิ ไม่ครบถ้วนและสอดคล้องตาม CAT และ CPED.
๕๗
จาก หนังสือกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ที่ ยธ ๐๔๑๗/๓๙๓๑ ลงวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เรื่อง ข้อมูลเพื่อประกอบการจัดท�ำรายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเ���ศไทย ประจ�ำปี ๒๕๖๑.
๕๘
ค�ำสัง่ คณะกรรมการจัดการเรือ่ งราวร้องทุกข์กรณีถกู กระท�ำทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ ที่ ๑/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐.
๕๑
๕๒
65