รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ขั้ น พื้ น ฐาน (O-NET) มี ค ่ า เฉลี่ ย ต�่ ำ กว่ า ร้ อ ยละ ๕๐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพการศึกษายังคงเป็นปัญหา ส�ำคัญ แม้ ว ่ า รั ฐ มี ความพยายามที่จ ะปรับปรุงคุณภาพ การศึกษา นอกจากนี้ ยังมีความแตกต่างของคุณภาพ การศึกษาระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่กบั โรงเรียนขนาดกลาง และขนาดเล็ ก และระหว่ า งโรงเรี ย นที่ ตั้ ง อยู ่ ใ นและ นอกเขตเมือง กสม. จึงมีขอ้ เสนอแนะ ๔ ข้อ คือ (๑) การเร่ง ปฏิ รู ป ประเทศด้ า นการศึ ก ษาเพื่ อ ให้ เ ด็ ก และเยาวชน สามารถเข้าถึงการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานได้อย่างทัว่ ถึง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเด็กด้อยโอกาสกลุ่มต่าง ๆ (๒) การยกระดับ คุ ณ ภาพการศึ ก ษาผ่ า นการพั ฒ นาบุ ค ลากรครู แ ละ สื่ อ การเรี ย นการสอนโดยใช้ เ ทคโนโลยี ส ารสนเทศ มาสนับสนุนการด�ำเนินการ (๓) การให้การศึกษาทีส่ ง่ เสริม การพั ฒ นาบุ ค ลิ ก ภาพ ความถนั ด และความสามารถ ทางร่ า งกายและจิ ต ใจของเด็ ก ให้ เ ต็ ม ตามศั ก ยภาพ ของเด็กแต่ละคนตามแนวทางในอนุสัญญา CRC และ (๔) การติ ด ตามและประเมิ น ผลการปฏิ รู ป ��ารศึ ก ษา อย่างเป็นระบบและเป็นระยะ ๆ เพือ่ ให้ทราบความคืบหน้า หรื อ ปั ญ หาอุ ป สรรคในการด� ำ เนิ น การและก� ำ หนด แนวทางในการแก้ไข สิทธิด้านสุขภาพ ในภาพรวมพบว่ า รั ฐ มี ค วามพยายามที่ จ ะส่ ง เสริ ม ให้ ป ระชาชนเข้ า ถึ ง สิ ท ธิ ใ นการรั บ บริ ก ารสาธารณสุ ข อย่างทั่วถึง ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ผ่ า นการพั ฒ นาระบบการแพทย์ ป ฐมภู มิ รวมถึ ง ให้ ชุมชนทั่วประเทศได้มีส่วนร่วมกับรัฐในการด�ำเนินงาน ระบบสุ ข ภาพ รั ฐ มี ก ารปรั บ ปรุ ง การเข้ า ถึ ง สิ ท ธิ ในการรั บ บริ ก ารในกรณี ฉุ ก เฉิ น ตามแผนหลั ก การแพทย์ ฉุกเฉินแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) รวมถึง การกระจายอ� ำ นาจให้ อ งค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น เป็ น ผู ้ บ ริ ห ารจั ด การระบบการแพทย์ ฉุ ก เฉิ น โดยภาค เอกชน ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมด�ำเนินการ นอกจากนี้ ยังมีการดูแลประชากรบางกลุ่มที่มีอุปสรรคในการเข้าถึง สิทธิด้านสุขภาพ ทั้งผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน พระสงฆ์ ผู้ต้องขัง และผู้มีรายได้น้อยที่ขึ้นทะเบียนและถือบัตร สวัสดิการแห่งรัฐ ๑๑.๔ ล้านคน การปรับปรุงกฎหมาย 22 สุขภาพจิตเพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางจิตเข้าถึง บริการด้านสุขภาพจิต รวมถึงการฟื้นฟูเพื่อให้สามารถ กลั บ ไปใช้ ชี วิ ต ในสั ง คมได้ และการประกาศควบคุ ม การใช้ไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งมีผลกระทบ ต่อสุขภาพของประชาชน รั ฐ ด� ำ เนิ น การเพื่ อ ลดความเหลื่ อ มล�้ ำ ในการรั บ บริ ก าร ด้านสุขภาพและคุณภาพในการบริการ โดยการรับรอง คุณภาพของโรงพยาบาล (HA) ในปี ๒๕๖๑ มีโรงพยาบาล ในระบบหลั ก ประกั น สุ ข ภาพแห่ ง ชาติ ผ ่ า นเกณฑ์ HA เพิ่ ม ขึ้ น ร้ อ ยละ ๔.๕๖ พร้ อ มกั บ น� ำ แอปพลิ เ คชั น มาพั ฒ นาคุ ณ ภาพการให้ บ ริ ก าร ตลอดจนการด� ำ เนิ น โครงการ “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤ��� มีสิทธิทุกที่ (UCEP)” ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ยังมีประชาชนบางกลุ่มที่มีข้อจ�ำกัด ในการใช้สิทธิด้านสุขภาพ อาทิ ประชากรที่อาศัยอยู่ใน พื้นที่ห่างไกล พื้นที่ชายแดน หรือพื้นที่ทุรกันดาร รวมถึง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บุคคลที่ไม่มีสถานะ ทางทะเบียนราษฎร/บัตรประจ�ำตัวประชาชน ซึ่งรวมถึง ผู ้ ไ ร้ รั ฐ /ไร้ สั ญ ชาติ พระสงฆ์ แ ละผู ้ ต ้ อ งขั ง จ� ำ นวนหนึ่ ง และแรงงานเคลื่ อ นย้ า ย (มี แ ละไม่ มี สั ญ ชาติ ไ ทย) นอกจากนี้ มีสถานการณ์ที่ยังเป็นที่น่าห่วงกังวล และ ต้ อ งมี ก ารแก้ ไ ขปั ญ หาต่ อ เนื่ อ ง คื อ การตั้ ง ครรภ์ ของวั ย รุ ่ น จ� ำ นวนผู ้ ติ ด เชื้ อ เอชไอวี / เอดส์ ร ายใหม่ และการควบคุ ม ดู แ ลปั จ จั ย ที่ มี ผ ลต่ อ สุ ข ภาพ (health determinants) ได้ แ ก่ การใช้ ส ารเคมี ป ้ อ งกั น และ ก�ำจัดศัตรูพืชซึ่งยังขาดนโยบายและกลไกทางกฎหมาย ที่สอดคล้องกับมิติด้านสุขภาพ ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะ ๒ ข้อ คือ (๑) การเร่งด�ำเนินการตามแผนการปฏิรูป ด้ า นสาธารณสุ ข โดยการให้ ป ระชาชนสามารถเข้ า ถึ ง บริ ก ารด้ า นสุ ข ภาพได้ อ ย่ า งทั่ ว ถึ ง การให้ ค วามส�ำ คั ญ กับการดูแลประชากรบางกลุ่มที่มีอุปสรรคในการเข้าถึง บริการด้านสุขภาพดังที่ได้กล่าวข้างต้น และการพัฒนา คุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง และ (๒) การเร่ง ด� ำ เนิ น การบริ ห ารจั ด การปั จ จั ย ที่ มี ผ ลต่ อ สุ ข ภาพ โดยก� ำ หนดนโยบายและมาตรการที่ ชั ด เจน รวมถึ ง การทบทวนกฎหมายโดยค�ำนึงถึงผลกระทบในมิติสิทธิ ด้านสุขภาพ

Select target paragraph3