รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑
และการกระท� ำ ให้ บุ ค คลสู ญ หาย พ.ศ. .... ตามมติ
คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
(สนช.) เพื่ อ ให้ เ ป็ น ไปตามรั ฐ ธรรมนู ญ ฯ มาตรา ๗๗
และได้สรุปผลการรับฟังความเห็นให้ สนช. ทราบ ต่อมา
เมื่ อ วั น ที่ ๒๐ ธั น วาคม ๒๕๖๑ สนช. ได้ พิ จ ารณา
และมี ม ติ รั บ หลั ก การร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ดั ง กล่ า ว
และแต่ ง ตั้ ง คณะกรรมาธิ ก ารวิ ส ามั ญ พิ จ ารณาต่ อ ไป
นอกจากนี้ รั ฐ บาลได้ แ ต่ ง ตั้ ง คณะกรรมการจั ด การ
เรื่ อ งราวร้ อ งทุ ก ข์ ก รณี ถู ก กระท� ำ ทรมานและถู ก บั ง คั บ
ให้ สู ญ หายเพื่ อ รั บ เรื่ อ งร้ อ งเรี ย น ตรวจสอบ เยี ย วยา
และด� ำ เนิ น มาตรการป้ อ งกั น การทรมานและบั ง คั บ
สู ญ หาย รวมทั้ ง ได้ ต รวจสอบกรณี ที่ มี ก ารร้ อ งเรี ย น
ต่ อ สหประชาชาติ จ� ำ นวน ๘๒ รายเพื่ อ หาข้ อ เท็ จ จริ ง
และช่วยให้กรณีร้องเรียนหลายเรื่องได้รับการคลี่คลาย
จากการประเมินสถานการณ์ด้านนี้ ยังมีประเด็นที่เป็น
ข้อห่วงกังวล ได้แก่ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ
ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ซึ่งมีบางฝ่ายเห็นว่า
ควรถอดหลั ก การส� ำ คั ญ บางประการตามอนุ สั ญ ญา
CAT โดยเฉพาะหลั ก การไม่ ส ามารถผ่ อ นปรนได้
และหลักการห้ามผลักดันกลับไปเผชิญอันตรายออกจาก
ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ฯ นอกจากนี้ กสม. ยั ง คงได้ รั บ
เรื่องร้องเรียนที่กล่าวอ้างว่ามีการกระท�ำท�ำร้าย/ทรมาน
โดยเจ้าหน้าที่รัฐในปี ๒๕๖๑ จ�ำนวน ๒๐ ค�ำร้อง จึงมี
ข้ อ เสนอแนะ ๓ ประการ คื อ (๑) ในการพิ จ ารณา
ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ
ค ว ร ค� ำ นึ ง ถึ ง ค ว า ม ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส า ร ะ ส� ำ คั ญ
ของอนุสัญญา CAT (๒) ควรมีการดูแลและตรวจสอบ
การปฏิบตั หิ น้าทีข่ องเจ้าหน้าทีร่ ฐั ในการจับกุมและควบคุม
ตั ว บุ ค คล และจั ด ให้ มี คู ่ มื อ การปฏิ บั ติ ง านที่ เ กี่ ย วข้ อ ง
ต่ อ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนโดยภาพรวม รวมทั้ ง มี ก ารติ ด ตาม
และประเมินผลการด�ำเนินการเป็นระยะ และ (๓) ควรมี
การสร้ า งความรู ้ ค วามเข้ า ใจแก่ เ จ้ า หน้ า ที่ รั ฐ ถึ ง ความ
ส� ำ คั ญ ในการป้ อ งกั น และปราบปรามการทรมาน
และการกระท�ำให้บุคคลสูญหายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้
มีการเปลีย่ นแปลงทัศนคติ รวมทัง้ ควรมีการจัดท�ำหลักสูตร
การเรียนรู้ในเรื่องดังกล่าว
20
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพ
ในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
ในภาพรวมพบว่ า ในการดู แ ลและรั ก ษาความสงบ
เรียบร้อยของบ้านเมือง รัฐได้ใช้กลไกตามปกติมากขึ้น
กล่ า วคื อ เป็ น การด� ำ เนิ น การของเจ้ า พนั ก งาน
ตามกฎหมายมากกว่าเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมน�ำยุทธวิธี
ป้ อ งปราม ระงั บ ยั บ ยั้ ง ความรุ น แรงมาปรั บ ใช้
ในการเผชิญเหตุต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ สนช. ได้ให้
ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ....
ซึ่ ง ท� ำ ให้ ก� ำ หนดการจั ด การเลื อ กตั้ ง มี ก รอบเวลา
ที่ ชั ด เจนขึ้ น อย่ า งไรก็ ต าม กสม. ยั ง มี ข ้ อ ห่ ว งกั ง วล
ในประเด็นที่เกี่ยวกับการบังคับใช้ประกาศ/ค�ำสั่ง คสช.
หรื อ กฎหมายที่ อ อกตามมาตรา ๔๔ ของรั ฐ ธรรมนู ญ
แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชัว่ คราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗
ที่ ส ่ ง ผลกระทบต่ อ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน สิ ท ธิ ท างการเมื อ ง
สิทธิชุมชน เสรีภาพสื่อ รวมถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดง
ความคิ ด เห็ น การชุ ม นุ ม โดยสงบและปราศจากอาวุ ธ
ของภาคประชาสังคม องค์กรชุมชน ภาควิชาการต่าง ๆ
ที่ มี ก ารเคลื่ อ นไหวหรื อ ชุ ม นุ ม เพื่ อ แสดงออกเกี่ ย วกั บ
เหตุ ก ารณ์ หรื อ การด� ำ เนิ น การของรั ฐ ที่ ก ระทบ
ต่ อ คุ ณ ภาพชี วิ ต และสิ ท ธิ เ สรี ภ าพตามรั ฐ ธรรมนู ญ
นอกจากนั้น ยังพบการใช้ดุลพินิจตามพระราชบัญญัติ
การชุ ม นุ ม สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ ของเจ้ า พนั ก งาน
ตามกฎหมายซึ่ ง ส่ ง ผลกระทบต่ อ การใช้ เ สรี ภ าพ
ในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ รวมถึงมีการจับกุม
กลุ ่ ม ที่ แ สดงความคิ ด เห็ น ต่ า งจาก���ั ฐ ในความผิ ด
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับ
คอมพิ ว เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่ แ ก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม