1.2
ระเบียบวิธีวิจัย
เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ช่องว่างที่เกิดขึ้นของนโยบาย กฎหมาย และมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการ
ลงทุนของประเทศด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ตามกรอบแนวคิดทางด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน บน 3 เสา
หลักของ UNGP คณะผู้วิจัยได้แยกการวิเคราะห์ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ (1) การวิเคราะห์ กลไกการคุ้มครอง
ทางด้านสิทธิมนุษยชนและการประกอบธุรกิจของภาครัฐที่มีอยู่ ในปัจจุบัน (actual) เทียบกับ (2) กลไกการ
คุ้มครองทางด้านสิทธิมนุษยชนและการประกอบธุรกิจของภาครัฐที่ควรจะเป็น (desired) เพื่อตอบสนองต่อ
ความต้องการสังคมทางด้านสิทธิมนุษยชนและการประกอบธุรกิจ ซึ่งผลการวิเคราะห์จะทาให้เห็นช่องว่างที่
เกิดขึ้นจริงและน าไปสู่ข้อเสนอแนะเพื่อสนั บสนุนการพัฒนากลไกการคุ้ มครองทางด้านสิทธิมนุษยชนของ
ภาครัฐต่อไป
แผนภาพที่ 1-1: กรอบแนวคิดและระเบียบวิธีวิจัย
ที่มา: นาเสนอโดยคณะผู้วิจัย
สาหรับการวิเคราะห์ช่องว่าง การวิจัยครั้งนี้ได้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)
ซึ่งประกอบไปด้วยการเก็บข้อมูลผ่านวรรณกรรมด้านสิทธิมนุษยชนและการประกอบธุรกิจ ควบคู่ไปกับการ
สัมภาษณ์กลุ่ มบุคคลหรือหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ ยวข้องด้านสิ ทธิมนุษยชนและการประกอบธุรกิจ โดยในขั้น
สุดท้าย คณะผู้วิจั ยได้ทาการจั ดประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้ มีส่ว นได้เสีย เพื่อปรับปรุงและพัฒนาผล
การศึกษาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ก���รสัมภาษณ์และประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้ แทน
จากภาคส่วนต่าง ๆ คือ (1) ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้แทนจากหน่วยงานของภาครัฐ (2) ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้แทนจาก
ภาคธุรกิจ (3) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้แทนจากสานักงานคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (4) ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้แทนจากภาคประชาสังคม ที่ทางานเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้อง
กับธุรกิจและสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน สิทธิแรงงาน และสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม (5) ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้แทนจาก
สถาบันวิชาการที่เกี่ยวข้อง (6) นักกฎหมายด้านธุรกิจ การค้า การลงทุน
2