5. สานักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ควรส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจ โดย
เฉพาะที่เป็นบริษัทจดทะเบียนหรือรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ เปิดเผยข้อมูลทางการเงินและที่ไม่ใช่ ข้อมูลการเงิน
ตามมาตรฐานสากล จัดทางบการเงินตามมาตรฐานบัญชีเดียวกับบริษัทจดทะเบียน และมีผู้สอบบัญชีภายนอก
ที่เป็นอิสระเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีตามมาตรฐานสากล
6. สานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจควรสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจมีกลไกหารือเพื่อจัดการ
กับปัญหาการละเมิดสิทธิ รวมถึงควรจัดให้มีช่องทางรับเรื่องราวร้องเรียนและผู้ประสานงานที่ชั ดเจน ตลอดจน
การระงับข้อพิพาทก่อนที่จะนาคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
7. รัฐวิสาหกิจควรกาหนดเป็น KPI ขององค์กรว่าต้องมีการคุ้มครองสิทธิ และให้มีการจัดทา HRDD
ในส่วนขององค์กรตนและที่เกี่ยวข้อ ง ซึ่งครอบคลุมถึงภาคธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานที่ถูกจัดจ้างด้วย โดยร่วมมื อ
กับสานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
8. สานักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์ควรส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจจัดทานโยบายด้านสังคมและ
สิ่งแวดล้อมที่เน้นการสร้างจิตสานึก การมีส่วนร่วมในระดับต่าง ๆ ขององค์กร การเยี่ยมชม (Site visit) อีกทั้ง
ประมวลกิจกรรมด้าน CSR ทั้งหมด ได้แก่ การกาหนดกลยุทธ์และการแปลงสู่การปฏิบัติ และการติดตาม
ประเมินผลการดาเนินการด้าน CSR
9. รัฐวิสาหกิจไม่ควรได้รับการยกเว้นจากข้อกาหนด หรือกฎหมายที่บังคับใช้ในอุตสาหกรรม คู่แข่งขัน
รวมถึงผู้มีส่วนได้เสีย เช่น เจ้าหนี้ควรจะสามารถเรียกร้องการชดเชยได้หากถูกละเมิดสิทธิ ตลอดจนการเข้าถึง
แหล่งเงินของรัฐวิสาหกิจควรเป็นไปตามเงื่อนไขตลาดปกติไม่ควรมีความได้เปรียบกว่าภาคเอกชนเพื่อให้เกิด
การแข่งขันบนพื้นฐานที่เท่าเทียมกันระหว่างรัฐวิสาหกิจและผู้ประกอบการเอกชน
10. เพื่อเอื้อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม รัฐวิสาหกิจจากเดิม ซึ่งเป็นทั้งผู้ประกอบการ (Operator)
และผู้กากับดูแล (Regulator) ควรเป็นเพียงผู้ประกอบการอย่างเดียว ดังนั้น สานักงานคณะกรรมการนโยบาย
รัฐ วิส าหกิจร่ ว มกับคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าศึ กษาควรจัดตั้งองค์กรกากับดูแล (หรือ Regulatory
Bodies) ซึ่งจะมีหน้าที่หลักคือการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการทุกราย และกาหนด
อัตราค่าบริการที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ซึ่งหากสามารถดาเนินการได้สาเร็ จอาจจะช่วยส่งผลให้รัฐวิสาหกิจวาง
อยู่ในอุตสาหกรรมที่เปิดแข่งขันเสรี โดยมีจุดแตกต่างจากบริษัทเอกชนเพียงแค่การถือหุ้นโดยภาครัฐเท่านั้น
11. คณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจควรมีความรับผิดชอบต่อผลประกอบการของรัฐวิสาหกิจ และควร
มีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นทุกราย ทาหน้าที่โดยคานึงถึงผลประโยชน์ที่ดีที่สุดขององค์กร คณะกรรมการควร
ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพ ลของภาครัฐหรือการเมือง และควรให้นโยบาย เชิงกล
ยุทธ์แก่ฝ่ายจัดการเพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์การดาเนินงาน ตลอดจนติดตามและประเมินผลงานของ
ฝ่ายจัดการอย่างสม่าเสมอ
12. ประธานกรรมการรัฐวิสาหกิจไม่ควรมีการควบตาแหน่งอื่น เช่น ผู้บริหารในรัฐวิสาหกิจนั้น และ
ควรจัดให้มีคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อช่วยคณะกรรมการในการกลั่นกรองและดูแลติดตามงานเฉพาะด้าน
อย่างใกล้ชิด ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกาหนดค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริหาร
ความเสี่ยง
13. กรรมการรัฐวิสาหกิจควรมีหน้าที่ต้องแสดงทรัพย์สินต่อสานักงานคณะกรรมการป้องกั นและ
ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อแสดงความโปร่งใสของกรรมการ
26