3.4
สิทธิสาหรับธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน
กลไกทางด้านการปรับแก้กฎหมาย
1. ปรับปรุง พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าให้มีความครอบคลุม และสามารถรองรับรูปแบบ
การแทรกแซงการแข่งขันที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้
2. ปรับปรุง พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคให้มีบทลงโทษให้มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
กลไกที่ไม่ใช่ด้านกฎหมาย (นโยบาย มาตรการต่าง ๆ และการดาเนินการอื่น ๆ)
1. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรที่จะมีการผลักดันให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติ
เกษตรพันธสัญญามากยิ่งขึ้น
2. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรที่จะให้อัยการเข้ามาช่ วยในกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตาม
พระราชบัญญัติเกษตรพันธสัญญาฉบับใหม่
3. กระทรวงพาณิช ย์ควรที่จะให้ ทุนสนับสนุนวิจัยเพื่อศึกษาถึงจุดสมดุลย์ระหว่างการบังคับใช้
กฎระเบียบ กฎหมายตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับสังคม
4. กระทรวงพาณิชย์ควรที่จะต้องตั้งกลุ่มงานตรวจสอบ ประเมินผลกระทบของการลงทุนจากประเทศ
จีนต่อการแข่งขันของธุรกิจไทย รวมทั้งพิจารณาถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอกลไกการรับมือ
ให้กับภาครัฐ
5. สนับสนุนกลไกการปลูกฝังให้สื่อและการโฆษณามีการตระหนักต่อการเคารพต่อสิทธิมนุษยชน
6. กาหนด KPI ให้คณะกรรมการ การแข่งขันทางการค้าจะต้องมีการพิจารณาตรวจสอบนโยบาย
ภาครัฐ และการดาเนินงานของรัฐวิสาหกิจ
3.5
สิทธิชุมชน ที่ดินและสิง่ แวดล้อม
กลไกทางด้านการปรับแก้กฎหมาย
1. ปรับแก้กฎหมายเพิ่มค่าปรับสาหรับธุรกิจที่มีการละเมิดสิทธิสิ่งแวดล้อม และสิทธิชุมชนให้มีความ
เหมาะสมมากยิ่งขึ้น และเพิ่มมาตรการลงโทษในกรณีที่เป็นความผิดซ้าซ้อน
2. ศึกษาและปรับแก้กฎหมายทางด้านสิ่งแวดล้อมในช่วงรัฐบาล คสช. ทุกฉบับ และจัดรับฟังความ
คิดเห็นเพื่อศึกษาผลกระทบ และนาเสนอวิธีการแก้ไขปัญหา และกลไกเยียวยาหากมีผู้ที่ได้รับผลกระทบ
3. เพิ่มกฎหมายที่ระบุกลไกการติดตามการดาเนินงานตามรายงาน EIA รวมทั้งติดตามการเยียวยาที่
ชัดเจน
กลไกที่ไม่ใช่ด้านกฎหมาย (นโยบาย มาตรการต่าง ๆ และการดาเนินการอื่น ๆ)
1. กลไกในการศึกษาผลได้และผลเสียอย่างรอบด้านที่ให้สมดุลย์ระหว่างสิทธิในการใช้ที่ดินแบบดั้งเดิม
กับสิทธิในการพัฒนา
2. พิจารณาข้อยกเว้นในการดาเนินการตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาล คสช. และจัด
รับฟังความคิดเห็นเพื่อศึกษาผลกระทบ และนาเสนอวิธีการแก้ไขปัญหา และกลไกเยียวยาหากมีผู้ที่ได้รับ
ผลกระทบ
21