การประเมินสถานการณ์ การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง พัฒนาการหรือความก้าวหน้า ในปี 2563 ศาลยุตธิ รรมได้ออกข้อแนะน�ำของประธานศาลฎีกา จ�ำนวน 8 ฉบับ (แบ่งเป็นทีเ่ กีย่ วกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 จ�ำนวน 5 ฉบับ และทีเ่ กีย่ วกับคดีอาญา ทั่วไป 3 ฉบับ) เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชน ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา และผู้ต้องขัง สามารถเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมได้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อให้การคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย และจ�ำเลยในคดีอาญาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จ�ำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 จากกองทุนยุติธรรมเพิ่มมากขึ้น โดยในส่วนของพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ นั้น แม้ว่าจ�ำนวน ผู้ได้รับความช่วยเหลือในปีงบประมาณ 2563 จะน้อยกว่าในปีงบประมาณ 2562 เล็กน้อย แต่ในปีงบประมาณ 2563 มี ก ารอนุ มั ติ เ งิ น เยี ย วยาแก่ ผู ้ บ าดเจ็ บ และญาติ ข องผู ้ เ สี ย ชี วิ ต จากกรณี ก ารกราดยิ ง ที่ จั ง หวั ด นครราชสี ม า ซึ่งเป็นเหตุการณ์พิเศษ ส่วนการให้ความช่วยเหลือผ่านกองทุนยุติธรรมมีจ�ำนวนเงินสูงมากกว่าปีงบประมาณ 2562 กว่า 2 เท่าจาก 202.4 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2562 เป็น 491.5 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2563 เนื่องจาก กองทุนฯ มีรายรับเพิ่มขึ้นจึงให้ความช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น นอกจากนี้ ศาลฎีกายังปรับปรุงแนวทางปฏิบัติ ในเรื่องการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยระหว่างการพิจารณาคดี รวมทั้งปรับบัญชีเกณฑ์มาตรฐานกลางส�ำหรับ การปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยให้เหมาะสมกับบริบทสังคมปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดยส่งผลให้การก�ำหนดวงเงิน ประกันและการเรียกหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวลดความส�ำคัญลงและเป็นการขยายโอกาสให้ผู้ต้องหาหรือ จ�ำเลยเข้าถึงสิทธิในการได้รับการปล่อยชั่วคราวมากขึ้น นับเป็นความก้าวหน้าที่ส�ำคัญและเป็นการด�ำเนินการ ที่สอดคล้องกับพันธกรณีของไทยตามข้อ 9 ของกติกา ICCPR มากยิ่งขึ้น บทที่ 3 ในขณะเดี ย วกั น กรมราชทั ณฑ์ ได้มีการด�ำเนิน การศึกษาทางเลือ กและวิธีการต่าง ๆ ที่จ ะลดจ�ำนวน ผู้ต้องขังเพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดในเรือนจ�ำ ซึ่งกระทบต่อสุขอนามัยและการดูแลผู้ต้องขังให้ได้รับการปฏิบัติ อย่างเหมาะสม ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประจ�ำกติกา ICCPR ทั้งการใช้ทางเลือกอื่นแทนการคุมขัง การปรั บ แก้ ก ฎหมายที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ ยาเสพติ ด โดยปรั บ เปลี่ ย นมุ ม มองต่ อ ปั ญ หายาเสพติ ด ว่ า เป็ น ปั ญ หาด้ า น สาธารณสุขมากกว่าอาชญากรรมเพื่อเน้นการบ�ำบัดฟื้นฟูผู้เสพมากกว่าการคุมขังและช่วยลดจ�ำนวนผู้ต้องขังในเรือนจ�ำ ทีส่ ว่ นใหญ่เป็นนักโทษยาเสพติดได้มากขึน้ การอภัยโทษและการพักโทษผูต้ อ้ งขังทีม่ คี วามประพฤติดี ทัง้ นี้ กรมราชทัณฑ์ และกรมคุมประพฤติมีความร่วมมือระหว่างกันในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวผู้ต้องขัง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณ ผู้ต้องขังและส่งเสริมให้ผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดีได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูแก้ไขให้กลับคืนสู่สังคม และได้รับโอกาส ในการกลับไปอยู่กับครอบครัวและท�ำประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป ปัญหาหรืออุปสรรค แม้รัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจ�ำ แต่สภาพปัจจุบนั ความสามารถการดูแลผูต้ อ้ งขังในเรือ่ งพืน้ ทีใ่ นการรองรับผูต้ อ้ งขังทัว่ ประเทศยังมีจ�ำกัด ทีย่ งั จ�ำเป็นต้อง ด�ำเนินการควบคู่กับมาตรการอื่น ๆ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อไป ข้อเสนอแนะ แม้ว่าในปี 2563 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการด�ำเนินงานที่เป็นความก้าวหน้า ที่ส�ำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและความเป็นธรรมมากขึ้นดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น แต่ กสม. เห็นว่ายังคงมีประเด็นท้าทายที่รัฐต้องด�ำเนินการต่อเนื่อง ดังนี้ 1. รัฐบาลโดยกระทรวงยุติธรรมควรศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่เป็นปัญหาอุปสรรคของประชาชน ในการเข้าถึงสิทธิตา่ ง ๆ ในกระบวนการยุตธิ รรมจากค�ำร้องขอความช่วยเหลือทีไ่ ด้รบั ทัง้ ตามพระราชบัญญัตคิ า่ ตอบแทน ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จ�ำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และผ่านกองทุนยุติธรรม เพื่อน�ำมาก�ำหนด มาตรการในการแก้ไขปัญหาและลดอุปสรรคการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชนอย่างเป็นระบบ โดยให้ความส�ำคัญกับการเข้าถึงสิทธิดังกล่าวของกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ รายงานผลการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 77

Select target paragraph3