เป็นมาตรการชัว่ คราวเพือ่ ควบคุมโรคโดยเมือ่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 คลีค่ ลายลง จึงได้ยกเลิกข้อห้าม ดังกล่าว ส่วนการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เนื่องจากมีเหตุการณ์ร้ายแรงบางประการเช่นกัน เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย รัฐบาลได้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินดังกล่าวเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่ามาตรการจ�ำกัดเสรีภาพที่รัฐน�ำมาใช้มีการค�ำนึงถึง ความจ�ำเป็นและความได้สัดส่วนตามหลักการที่ก�ำหนดในกติกา ICCPR ด้านการดูแลการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบของประชาชน ในภาพรวมรัฐไม่ได้แทรกแซงการใช้เสรีภาพ ดังกล่าวตามกฎหมาย แม้ในบางกรณีผู้จัดการชุมนุมไม่ได้แจ้งการชุมนุมตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุม สาธารณะ พ.ศ. 2558 ก็มรี ายงานว่าการชุมนุมยังคงด�ำเนินต่อไปได้ แต่เจ้าหน้าทีร่ ฐั อาจด�ำเนินการทางกฎหมายกับแกนน�ำ ทีไ่ ม่แจ้งการชุมนุม อย่างไรก็ดี การฝ่าฝืนบทบัญญัตดิ งั กล่าวมีโทษเพียงโทษปรับเท่านัน้ การปฏิบตั ขิ องเจ้าหน้าทีร่ ฐั จึงเป็นไป ในแนวทางเดียวกับความเห็นทั่วไปของคณะกรรมการประจ�ำกติกา ICCPR ล�ำดับที่ 37 เรื่องสิทธิในการชุมนุม โดยสงบว่า การไม่แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่เมื่อจ�ำต้องมีการแจ้งการชุมนุมนั้น ไม่ท�ำให้การเข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าว ผิดกฎหมาย และต้องไม่ถูกน�ำไปใช้เป็นเหตุในการสลายการชุมนุมหรือจับกุมผู้เข้าร่วมการชุมนุมหรือผู้จัดการชุมนุม ทั้งนี้ การไม่แจ้งการชุมนุมนั้นไม่สามารถลบล้างหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการอ�ำนวยความสะดวกในการจัดการชุมนุม และปกป้องผู้เข้าร่วมการชุมนุม71 ในการดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุม ความเห็นทั่วไปของคณะกรรมการประจ�ำกติกา ICCPR ล�ำดับที่ 37 ยังได้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายมีหน้าที่ในการเคารพสิทธิของประชาชนและประกันว่าประชาชนจะได้ใช้สิทธิ ดังกล่าว แนวทางหลักในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จึงเป็นการอ�ำนวยความสะดวกในการจัดการชุมนุมโดยสงบ ตามกฎหมาย ดูแลความปลอดภัยของบุคคลและป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ควรพยายามลด ความตึงเครียดของสถานการณ์การชุมนุมที่อาจน�ำไปสู่การใช้ความรุนแรง และควรใช้วิธีการที่ไม่รุนแรงก่อน หากมี ความจ�ำเป็นต้องใช้ก�ำลัง ต้องมีการเตือนให้ผู้ชุมนุมได้ทราบก่อน เว้นเสียแต่ว่าการท�ำเช่นนั้นจะท�ำให้การด�ำเนินการ ไม่เป็นผล การใช้ก�ำลังต้องอยูบ่ นหลักการของหลักกฎหมาย ความจ�ำเป็น ความได้สดั ส่วน การป้องกันและการไม่เลือกปฏิบตั ิ และผู้ใช้ก�ำลังจะต้องรับผิดชอบต่อการใช้ก�ำลังทุกครั้ง โดยการใช้ก�ำลังนั้นต้องเป็นการใช้ก�ำลังขั้นต�่ำเท่าที่จ�ำเป็น โดยเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายไม่อาจใช้ก�ำลังเกินเหตุเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น การสลาย การชุมนุม หรือเพื่อจับกุมหรือสนับสนุนการจับกุมตัวผู้กระท�ำความผิดหรือผู้ต้องสงสัยโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น72 อย่างไรก็ดี อาวุธที่มีระดับความอันตรายต�่ำที่มีผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง เช่น แก๊สน�้ำตาและหัวฉีดน�้ำ ควรใช้ด้วย ความระมัดระวัง โดยต้องเป็นมาตรการสุดท้ายหลังจากมีการกล่าวเตือนด้วยวาจาและให้โอกาสที่เหมาะสมแก่ผู้เข้าร่วม ชุมนุมในการสลายการชุมนุม73 71 From General Comment No. 37 Paragraph 71 on Article 21 (Right of peaceful assembly), by Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights, 2020, Retrieved from https://tbinternet.ohchr. org/_layouts/15/treatybodyexternal/TBSearch.aspx?Lang=en&TreatyID=8&DocTypeID=11 72 Ibid. Paragraph 79. 73 Ibid. Paragraph 87. 66 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ National Human Rights Commission of Thailand

Select target paragraph3