บทน�ำ
การจัดท�ำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศเป็นหน้าที่และอ�ำนาจของ กสม.
ตามบทบัญญัตขิ องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (2) ประกอบพระราชบัญญัตปิ ระกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 26 (2) ซึ่งก�ำหนดให้ กสม. จัดท�ำรายงาน
ดังกล่าวเสนอต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี และเผยแพร่ต่อประชาชน อีกทั้งรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวยังก�ำหนดว่า
เมื่อคณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานนี้ ให้ด�ำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามความเหมาะสมโดยเร็ว กรณีไม่อาจด�ำเนินการได้
หรือต้องใช้เวลาในการด�ำเนินการต้องแจ้งเหตุผลให้ กสม. ทราบโดยไม่ชักช้า
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ ได้ก�ำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดท�ำรายงานผลการประเมิน
สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนเพิ่มเติม โดยมาตรา 40 ได้ก�ำหนดกรอบเวลาว่าให้ กสม. จัดท�ำรายงานนี้ให้แล้วเสร็จ
ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ในกรณีที่ไม่อาจด�ำเนินการให้แล้วเสร็จตามก�ำหนดเวลาดังกล่าว สามารถ
ขอขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 180 วัน โดยต้องแจ้งให้รัฐสภาทราบ รวมทั้งให้แนวทางการจัดท�ำรายงานฯ ว่า ให้กระท�ำเป็น
การสรุป ประกอบด้วยปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนโดยมิให้ระบุ
รายละเอียดอันเป็นการเปิดเผยความลับของบุคคลหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องโดยไม่จ�ำเป็น และต้องค�ำนึงถึง
ความถูกต้องเป็นธรรม และผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติเป็นส�ำคัญ โดยให้หน่วยงานของรัฐที่ กสม. ร้องขอ แจ้งข้อมูล
หรือข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในส่วนที่อยู่ในหน้าที่และอ�ำนาจให้ กสม. ทราบ ส่วนมาตรา 41
ก�ำหนดว่าให้ กสม. จัดให้มีแผนการด�ำเนินการเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่นี้เป็นไปโดยไม่ชักช้า เพื่อให้รายงานแล้วเสร็จ
ในระยะเวลาที่ก�ำหนด นอกจากนี้ มาตรา 44 ได้ก�ำหนดว่าในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
ในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม กสม. ต้องตรวจสอบและชี้แจงหรือจัดท�ำรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง
ของสถานการณ์เผยแพร่แก่ประชาชน รวมทั้งสรุปการชี้แจงดังกล่าวไว้ในรายงานนี้ด้วย
เพื่อให้สอดคล้องตามบทบัญญัติของกฎหมายข้างต้น กสม. ได้จัดท�ำแผนการด�ำเนินการจัดท�ำรายงาน
ผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยปี 2563 ซึ่งประ��อบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 3
การเปรียบเทียบ/
การวิเคราะห์
• การรวบรวมข้อมูลภายในสำ�นักงาน กสม.
การรวบรวมข้อมูลจากภายนอก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อต่าง ๆ
• การประชุม/การสัมภาษณ์เชิงลึก หรือการสอบถามเฉพาะกลุ่มกับบุคคล
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
• การบันทึก/จัดเก็บข้อมูลตามประเด็นสิทธิ
• การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
บทน�ำ
ขั้นที่ 2
การเก็บข้อมูล/
ตรวจสอบ
• การประมวลสถานการณ์ที่ผ่านมา และจัดทำ�ข้อมูลเบื้องต้นพร้อมนำ�เสนอ
ประเด็นหลักที่จะติดตาม
บทที่ 1
ขั้นที่ 1
การวางแผน
• การเปรียบเทียบ/ตรวจสอบมาตรฐานสิทธิมนุษยชน
(1) สนธิสญ
ั ญาหลักด้านสิทธิมนุษยชน และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(2) ข้อสรุปเชิงสังเกต (Concluding Observations)
ของกลไกประจำ�สนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชน และ
(3) การตอบรับของรัฐบาลต่อข้อเสนอแนะจากกระบวนการ UPR
• การวิเคราะห์และประเมินผลความสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชน
ข้างต้นของประเด็นนั้น ๆ จากปีที่ผ่านมา
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
33