ศาลยุ ติ ธ รรมได้ มี ข ้ อ แนะน�ำหลายฉบั บ ที่ ย กระดั บ การคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพทั้ ง ของผู ้ เ สี ย หายและผู ้ ต ้ อ งหา
หรือจ�ำเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยชั่วคราวระหว่างการด�ำเนินคดี ส�ำหรับการลดความแออัด
ในเรื อนจ�ำนั้ น นอกจากการจั ด สรรงบประมาณเพื่อ ขยายพื้น ที่เรือ นจ�ำแล้ว กสม. เห็น ว่าควรน�ำวิธีการอื่น มาใช้
ร่วมด้วย เช่น การปล่อยชั่วคราว การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว และการให้ผู้กระท�ำความผิดที่ไม่ร้ายแรงบ�ำเพ็ญ
สาธารณประโยชน์เพื่อลดปริมาณผู้ต้องขัง
ในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกระท�ำทรมานและการบังคับบุคคลให้สญ
ู หาย รัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบ
ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระท�ำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... และเตรียมเสนอ
เข้าสูก่ ารพิจารณาของสภาผูแ้ ทนราษฎรต่อไป อย่างไรก็ดี กสม. ยังคงมีขอ้ ห่วงกังวลต่อรายงานทีก่ ล่าวอ้างว่า มีการกระท�ำ
ทรมานโดยเจ้าหน้าทีข่ องรัฐ ซึง่ พบว่ามีการร้องเรียนอยูเ่ ป็นระยะแม้วา่ จะมีจ�ำนวนลดน้อยลงก็ตาม นอกจากนี้ สถานการณ์
การเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บในระหว่างการจับกุม การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ และในระหว่างการฝึกฝนหลักสูตร
ต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่ง กสม. เห็นว่าต้องสร้างความตระหนักแก่เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย
และควรมีการสอบสวนการเสียชีวิตของบุคคลระหว่างการถูกควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่รัฐหรือระหว่างการฝึก ตลอดจน
มีมาตรการเพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
ในด้านการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน แม้ว่าจะได้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 161/1 และ มาตรา 165/2 เพือ่ ให้ศาลมีอ�ำนาจยกฟ้องในชัน้ การตรวจค�ำฟ้องหากคดีมเี จตนากลัน่ แกล้งเพือ่ ด�ำเนินคดี
แต่มีข้อสังเกตจากภาคประชาสังคมว่า การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวใช้ได้เฉพาะกรณีที่เป็นคดีระหว่างเอกชน
ด้วยกัน แต่การฟ้องคดีนกั ปกป้องสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่มหี น่วยงานรัฐเป็นคูก่ รณีมากกว่า นอกจากนี้ ยังปรากฏสถานการณ์
นักปกป้องสิทธิมนุษยชนถูกข่มขู่คุกคามหลายกรณี ซึ่งบางกรณี กสม. ได้ช่วยประสานงานให้หน่วยงานของรัฐเพื่อดูแล
ความปลอดภัย เช่น กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได และสมาชิกสหกรณ์เกษตรกรภาคใต้ เป็นต้น
ส�ำหรับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถิติการก่อความไม่สงบ จ�ำนวนผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ
ในปี 2563 มีจ�ำนวนลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่
ผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงและมีความพยายามแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ทั้งในมิติของกระบวนการพูดคุย
สันติสขุ การจัดอบรมให้ความรูค้ วามเข้าใจเกีย่ วกับหลักสิทธิมนุษยชนแก่เจ้าหน้าทีด่ า้ นความมัน่ คง และการปรับปรุงสถานที่
ควบคุมตัวผูต้ อ้ งสงสัยให้สามารถตรวจสอบได้ แต่ยงั มีประเด็นทีอ่ าจกระทบสิทธิของประชาชนทีย่ งั คงต้องติดตามเฝ้าระวัง
เช่น การกล่าวอ้างว่ามีการกระท�ำทรมานต่อผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง กรณีข้อร้องเรียนการขอตรวจ DNA
ประชาชนในบางพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งเหตุผลที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดความหวาดระแวงของประชาชน รวมถึง
การระงับสัญญาณหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนซิมการ์ดโดยวิธีการตรวจสอบใบหน้า (face recognition)
เพื่ อ ยื น ยั น อั ต ลั ก ษณ์ ข องตนในช่ ว งสถานการณ์ ก ารแพร่ ร ะบาดของโรคโควิ ด 19 เป็ น ต้ น ซึ่ ง อาจกระทบสิ ท ธิ
ในการรับรู้ข่าวสารในของสถานการณ์ดังกล่าว ในประเด็นนี้ กสม. เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความส�ำคัญ
กับการสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนโดยการท�ำความเข้าใจกรณีเกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อสิทธิของประชาชน
ในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากยิ่งขึ้น
(3)
การประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
บทสรุปผู้บริหาร
มีประเด็นที่ส�ำคัญ ได้แก่ สิทธิแรงงาน สิทธิชุมชนกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิด้านสุขภาพ
สิทธิด้านการศึกษา และธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
กรณีสิทธิแรงงาน สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง
ท�ำให้แรงงานจ�ำนวนมากถูกเลิกจ้าง จากสถิติของกระทรวงแรงงานพบว่า ในปีงบประมาณ 2563 ได้รับเรื่องร้องเรียน
15