1
ความเบื้องต้น
การศึ ก ษาวิ จั ย ครั้ ง นี้ ผู้ วิ จั ย ได้ ต่ อ ยอดจากองค์ ค วามรู้ ที่ ผู้ วิ จั ย ได้ เ คยด าเนิ น การศึ ก ษาวิ จัย ให้กับ
สานักงานคณะกรรมการสิทธิ มนุ ษยชนแห่ งชาติ ภายใต้โครงการวิจัยความสัมพัน ธ์ร ะหว่า งสิท ธิมนุษยชนและ
สิ่งแวดล้อม เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุ ษยชนที่ เกี่ย วกับสิ่ งแวดล้อ มอย่า งยั่ งยืน โดยจากการศึกษาวิจัยครั้งที่ ผ่ า น
มานั้ น ผู้ วิ จั ย พบว่ า รัฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจัก รไทย พุ ท ธศั ก ราช 2540 และ 2550 ได้ บั ญ ญั ติ ถึ ง “สิทธิ
ชุมชน” ในฐานะ “สิทธิเชิงกลุ่ม (Collective Rights)” ไว้อย่างชัดเจนในระดับหลักการ โดยเป็นการให้สิทธิแ ก่
ชุมชนในการมีส่วนร่ว มกั บรัฐ ในการจัด การ บารุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรั พยากรธรรมชาติอ ย่างสมดุ ล
และยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยพบว่าสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิทธิ ในเชิง กระบวนการ มิใช่สิทธิในเชิ ง
เนื้อหา จึงควรมีกฎหมายลาดั บรองเขี ยนขยายความว่าสิท ธิชุ มชน ตามความหมายในรัฐธรรมนูญว่า มีเ งื่ อ นไข
การนาไปใช้อ ย่า งไร โดยเฉพาะการจั ด การทรั พยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้ อ มตามแนวคิ ด ที่ เป็ น มิ ต ร กั บ
สิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับการพั ฒนาที่ยั่งยืน นามาซึ่งการศึกษาวิจัยในครั้งนี้
ในรายงานการศึกษาวิ���ัยฉบับนี้ ผู้วิจัยได้ดาเนินการทบทวนวรรณกรรมที่ เกี่ยวข้ องกับการศึ กษาความ
เชื่อมโยงระหว่างสิทธิชุมชนกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบแนวคิดการศึกษาวิจัย ที่ผู้วิ จั ย
ได้กาหนดไว้ โดยขอบเขตของเนื้ อหาการศึก ษาของผู้วิจั ยนั้น มุ่งศึกษาเฉพาะสิทธิ ชุ มชนในมิ ติที่ เกี่ย วข้ อ งกั บ
ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อ มเท่า นั้น ไม่รวมถึงสิทธิ ชุ มชนในมิ ติอื่ น ๆ เช่น มิติทางวัฒนธรรม จารีต
ประเพณี เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การศึกษาอาจครอบคลุ มไปถึ ง มิติ อื่นในบางเรื่ องเพี ยงเท่า ที่มีความเกี่ ย วข้ อ ง
โดยตรงกับการจัดการทรั พยากรธรรมชาติ และสิ่ง แวดล้อ ม โดยการทบทวนวรรณกรรมในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้แ บ่ ง
การศึกษาออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
บทที่ 1 สิทธิชุมชนกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในมิติกฎหมายระหว่างประเทศ
บทที่ 2 แนวความคิดที่เกี่ยวข้องกับสิทธิชุมชนกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้ อม
บทที่ 3 สิทธิชุมชนกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในมิติกฎหมายภายใน