-๑๓มาตรา ๓๖ ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบแล้วเห็นว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีใด เป็นเรื่องเฉพาะตัวเป็นรายกรณี ให้แจ้งหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขการละเมิด สิทธิมนุษยชนดังกล่าวตามหน้าที่และอานาจภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกาหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่า หกสิบวัน โดยให้คณะกรรมการเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไข การละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าว รวมทั้งการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในกรณีนั้นด้วย แล้วแต่กรณี ให้ ห น่ ว ยงานของรัฐ หรื อ เอกชนที่ เ กี่ย วข้ อ งดาเนิ น การให้ เ ป็ นไปตามที่ไ ด้ รั บ แจ้ง ภายใน กาหนดเวลาตามวรรคหนึ่ ง แล้ว แจ้ง ผลการดาเนิน การให้คณะกรรมการทราบภายในระยะเวลาที่ คณะกรรมการกาหนด ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้องไม่อาจดาเนินการได้เนื่องจากไม่อยู่ในหน้าที่ และอานาจของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนนั้น หรือเป็นการร้องเรียนโดยใช้สิทธิไม่สุจริต หรือได้มีการ แก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมแล้ว หรือมีเหตุจาเป็นอื่นใดให้แจ้งให้คณะกรรมการทราบก่อนพ้นกาหนดเวลา ตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้องมิได้ดาเนินการตามวรรคสองหรือวรรคสาม ภายในระยะเวลาที่กาหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้คณะกรรมการจัดทารายงานเสนอคณะรัฐมนตรี มาตรา ๓๗ ในกรณีที่การละเมิด สิทธิมนุษยชนเรื่องใดเป็นความผิด อาญาและผู้เสียหาย ไม่อยู่ ในฐานะที่จ ะร้อ งทุกข์ ห รือกล่าวโทษด้ วยตนเองได้ ให้คณะกรรมการหรือผู้ ซึ่งคณะกรรมการ มอบหมายมีอานาจร้องทุกข์หรือกล่าวโทษได้โดยให้ถือว่าเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณา ความอาญา มาตรา ๓๘ ในกรณี ที่ ก รรมการผู้ ใ ดพบเห็ น การละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนและจ าเป็ น ต้องดาเนินการโดยเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะเป็นภยัน ตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของบุคคล ซึ่งถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่มีทางเยียวยาได้ในภายหลัง กรรมการผู้นั้นอาจแจ้งให้หน่วยงานของรัฐ ให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามหน้าที่และอานาจของ หน่วยงานนั้นได้ แล้วแจ้งให้คณะกรรมการทราบ ในกรณีจาเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้กรรมการผู้นั้น อาจสั่งให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ตามที่เห็นสมควรได้ ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับคาสั่งตาม วรรคหนึ่งที่จะต้องปฏิบัติตามคาสั่งนั้น มาตรา ๓๙ ภายใต้บังคับมาตรา ๖ ห้ามมิให้คณะกรรมการรับเรื่องที่คณะกรรมการพิจารณา แล้วเห็นว่ามีลักษณะดังต่อไปนี้ ไว้พิจารณา (๑) เรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาลหรือเรื่องที่ศาลมีคาพิพากษา คาสั่ง หรือคาวินิจฉัย เสร็จเด็ดขาดแล้ว เว้นแต่เป็นการศึกษาเพื่อประโยชน์ในการเสนอแนะให้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคาสั่ง ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน (๒) เรื่องที่ไม่อยู่ในหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ

Select target paragraph3