๘๖
อานาจศาลมีความชัดเจน ได้แก่ การตีพิมพ์และแจกจ่ายเอกสารข้อกาหนดศาลในเรื่องดังกล่าวให้กับประชาชน
ที่มาติดต่อราชการทีศ่ าล หรือเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงยุติธรรม เป็นต้น
ทั้งนี้หากพิจารณาข้อเสนอทั้งสองแนวทางข้างต้นประกอบกับแนวทางตามหัวข้อ ๕.๑ เรื่องความจาเป็น
ของการมีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเรื่องการละเมิดอานาจศาลที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น ผู้วิจัยมีความเห็น
ว่า “ข้อกาหนดของศาล” ที่เหมาะสม ต้องมีความชัดเจนแน่นอนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านกระบวนการ
เห็นชอบโดยฝ่ายนิติบัญญัติ จึงควรนาแนวทางที่หนึ่งมาปรับใช้สาหรับการออกข้อกาหนดของศาล เมื่อเป็นเช่นนี้
แล้ว อานาจของผู้พิพากษาในการระงับเหตุก่อกวนหรือเหตุความไม่สงบเรียบร้อยซึ่งหน้าระหว่างการพิจารณาจึง
คงไว้ในเรื่องของการตักเตือนหรือการไล่ออกผู้กระทาความผิดเท่านั้น แต่หากการกระทาความผิดที่เกิดขึ้น นาไปสู่
ความผิดที่ต้องลงโทษปรับหรือโทษจาคุก ต้องเป็นการตราโดยฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น ข้อเสนอข้างต้นมีวัตถุประสงค์
เพื่อให้การดาเนินการเรื่องความผิดฐานละเมิดอานาจศาลมีความสอดคล้องกับหลักความชอบด้วยกฎหมายอาญา
โดยที่ฐานความผิดเรื่องการละเมิดอานาจศาลยังคงมีอยู่
๕.๓ หลักการไม่พิจารณาลงโทษสองครั้ง (Non bis in idem) กับการลงโทษเรื่องละเมิดอานาจศาล
แนวคิดเรื่องการไม่พิจารณาลงโทษสองครั้งและการลงโทษเรื่องการละเมิดอานาจศาลในประเทศไทย มี
ความเข้าใจและแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างไปจากหลักการสากล ดังนี้
๕.๓.๑ หลักการไม่พิจารณาลงโทษสองครั้งตามหลักสากล
หลักการไม่พิจารณาลงโทษสองครั้ง (Non bis in idem) ปรากฏในข้อ ๑๔ วรรค ๗ แห่งกติการะหว่าง
ประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) มีหลักว่า๑๘๔ “บุคคลย่อมไม่ถูกพิจารณา หรือลงโทษ
ซ้าในความผิดซึ่งบุคคลนั้นต้องคาพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ หรือให้ปล่อยตัวแล้วตามกฎหมายและวิธีพิจารณา
ความอาญาของแต่ละประเทศ”
เมื่อพิจารณาว่ากฎหมายอะไรบ้างที่เป็นเนื้อหาทางอาญานั้น ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปได้วางหลักว่า การ
คุ้มครองสิทธิของผู้ถูกดาเนินคดีต้องนาหลักประกันสิทธิในทางอาญาไปใช้กับการดาเนินการและไม่ว่ากฎหมาย
ภายในประเทศจะเรี ย กชื่อว่ามาตรการแบบใด หากเป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับ เนื้อหาทางอาญา (criminal
matters) แล้ว การปรับใช้มาตรการดังกล่าวต้องเคารพต่อหลักประกันทางอาญาที่ได้รับการยอมรับโดยอนุสัญญา
๑๘๔
Article 14 (7) of ICCPR :
“No one shall be liable to be tried or punished again for an offence for which he has already been finally convicted
or acquitted in accordance with the law and penal procedure of each country”