๘๒ ทาให้กระบวนการพิจารณาคดีอาญารวดเร็วขึ้นและไม่สูญเสียมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในการดาเนินคดี อาญา ๕.๒ หลักความชอบด้วยกฎหมายอาญากับการละเมิดอานาจศาล ในส่วนนี้จะพิจารณาถึงความชอบด้วยกฎหมายอาญาและความผิดฐานละเมิดอานาจศาลตามหลักสิทธิ มนุษยชนและตามกฎหมายไทย ๕.๒.๑ หลักความชอบด้วยกฎหมายอาญาตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล บทบัญญัติตามข้อ ๑๕ (Nullum crimen sine lege) หลักไม่มีความผิดถ้าไม่มีกฎหมายกาหนด เป็น หลักประกันในทางกฎหมายอาญา๑๗๙ มีความมุ่งหมายว่าบุคคลจะได้รับการลงโทษทางอาญา ต่อเมื่อมีบทบัญญัติ ทางอาญาที่เฉพาะและมีความชัดเจน หลักการในเรื่องนี้สะท้อนถึงอานาจเด็ดขาดของการออกกฎหมายเพื่อกาหนด ความผิดและการกาหนดโทษโดยฝ่ายนิติบัญญัติ เนื่องจากโทษทางอาญามีผลกระทบกระเทือนต่อชี วิต ร่างกาย เสรีภาพและทรัพย์สินของประชาชน เหตุผลในการที่จะต้องให้กฎหมายมีความชัดเจนแน่นอนนั้นก็เพื่อที่จะให้ประชาชนผู้ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมาย ได้มีโอกาสรู้ล่วงหน้าว่า การกระทาหรือไม่กระทาของตนนั้นเป็นความผิดหรือไม่ เพราะบทบัญญัติของกฎหมาย ที่ คลุมเครือมากเกินไป หากมีการใช้กฎหมายนั้นกับเขา เขาก็จะขัดขืนหรือมีความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ โดยถือว่าไม่ได้รับ ความเป็นธรรมจากรั ฐ นอกจากนั้ น การที่รัฐไม่ยอมให้ประชาชนอ้างความไม่รู้กฎหมายขึ้นมาเป็นข้อแก้ตัว ก็ หมายความว่าจะต้องออกกฎหมายที่ชัดแจ้งไม่คลุมเครือ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสรู้ได้ทันทีว่าการกระทาหรือไม่ กระทาอย่างใดเป็นความผิด และไม่ยอมให้ปฏิเสธความไม่รู้กฎหมายซึ่งชัดแจ้งอยู่แล้วนั้นขึ้นเป็นข้อแก้ตัว หาก กฎหมายคลุมเครือก็ย่อมไม่เป็นธรรมที่จะไม่ยอมให้ประชาชนยกเอาความไม่รู้กฎหมายเป็นข้อแก้ตัว๑๘๐ ๑๗๙ Article 15 of International Covenant on Civil and Political Rights “1. No one shall be held guilty of any criminal offence on account of any act or omission which did not constitute a criminal offence, under national or international law, at the time when it was committed. Nor shall a heavier penalty be imposed than the one that was applicable at the time when the criminal offence was committed. If, subsequent to the commission of the offence, provision is made by law for the imposition of the lighter penalty, the offender shall benefit thereby…” และบทบัญญัติในเรื่องเดียวกันนี้ปรากฏในมาตรา ๗ ของสนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหภาพยุโรปด้วยเช่นกัน Article 7 of European Convention on Human Rights “No one shall be held guilty of any criminal offence on account of any act or omission which did not constitute a criminal offence under national or international law at the time when it was committed. Nor shall a heavier penalty be imposed than the one that was applicable at the time the criminal offence was committed…” ๑๘๐ เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์, คาอธิบายกฎหมายอาญา ภาค ๑ บทบัญญัติทั่วไป, กรุงเทพฯ : พลสยาม พริ้นติ้ง, พิมพ์ครั้งที่ ๑๐, ๒๕๕๑, หน้า ๒๓

Select target paragraph3