๔๓
ก. ผู้พิพากษาต้องมีหนังสือแจ้งเตือนผู้ต้องหาเกี่ยวกับการกระทาความผิดฐานละเมิดอานาจศาล
ข. ผู้ต้องหาสามารถแก้ต่างได้โดยยื่นคาให้การและยื่นพยานหลักฐานต่าง ๆ ได้
ค. ผู้พิพากษาต้องดาเนินกระบวนการต่าง ๆ ด้วยความเป็นธรรมและเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาได้แก้ต่างอย่าง
เต็มที่
ง. ผู้พิพากษาสามารถไต่สวนสืบหาพยานหลักฐานได้ด้วยตัวเอง
จ. ผู้พิพากษามีดุลยพินิจในการจากัดพยานหลักฐานเฉพาะที่จาเป็นเท่านั้น
๓.๒.๖.๓ กระบวนการอุทธรณ์
เมื่อศาลสูงมีคาพิพากษาความผิ ดฐานละเมิดอานาจศาลทั้งกรณีที่กระทาต่อหน้าศาล และกรณีที่มิได้
กระทาต่อหน้าศาล หากจาเลยไม่เห็นด้วยกับคาพิพากษา จาเลยมีสิทธิอุทธรณ์คาพิพากษาดั งกล่าว ทั้งนี้ เพื่อเป็น
การเปิดโอกาสให้จาเลยสามารถแก้ต่างได้อีกครั้งหนึ่ง
๑) ศาลที่มีอานาจพิจารณาอุทธรณ์
จากการศึกษากระบวนการพิจารณาความผิดฐานละเมิดอานาจศาลแล้วจะพบว่า กระบวนการพิจารณา
ดังกล่าวอาจพิจารณาพิพากษาโดยศาลท่านเดียวหรือศาลเป็นองค์คณะก็ได้ ในกระบวนการอุทธรณ์ จาเลยสามารถ
อุทธรณ์ได้ทั้งสองกรณี แต่จะมีความแตกต่างในประเด็นเกี่ยวกับศาลที่พิจ ารณาอุทธรณ์ เนื่องจากกรณีที่เป็นการ
อุทธรณ์คาพิพากษาที่พิพากษาโดยศาลท่านเดียว ศาลที่มีอานาจพิจารณาอุทธรณ์คือศาล���ูง แต่พิจารณาเป็นองค์
คณะ ในขณะที่กรณีการอุทธรณ์คาพิพากษาที่พิพากษาโดยองค์คณะ ศาลที่มีอานาจพิจารณาอุทธรณ์คือศาลฎีกา
๒) ความเป็นที่สุดของคาพิพากษาอุทธรณ์
การอุทธรณ์คาพิพากษาความผิดฐานละเมิดอานาจศาลสามารถกระทาได้ครั้งเดียว กล่าวคือ หากจาเลย
อุทธรณ์คาพิพากษาที่พิพากษาโดยศาลท่านเดียว และเมื่อศาลซึ่งเป็นองค์คณะได้พิจารณาอุทธรณ์ของจาเลยแล้ว
ให้ ถื อ ว่ า เป็ น ที่ สุ ด จ าเลยไม่ ส ามารถอุ ท ธรณ์ ต่ อ ไปยั ง ศาลฎี ก าได้ ซึ่ ง ปรากฏตามค าพิ พ ากษาของศาลในคดี
ระหว่าง Mohammad Idris และ RustamJehangirBapuji๘๗
๓) ระยะเวลาอุทธรณ์
ในการอุทธรณ์คาพิพากษาความผิดฐานละเมิดอานาจศาล มีการกาหนดระยะเวลาอุทธรณ์ไว้โดยแยก
ออกเป็นสองกรณี กรณีที่อุทธรณ์คาพิพากษาที่พิพากษาโดยศาลท่านเดียว จาเลยต้องอุทธรณ์ภายใน ๓๐ วันนับ
แต่วัน ที่ศาลสูงมีคาพิพากษา ในขณะที่กรณีที่อุทธรณ์คาพิพากษาที่พิพากษาโดยองค์คณะ จาเลยต้องอุทธรณ์
ภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ศาลสูงมีคาพิพากษา๘๘
๘๗
Indian Law Institute, Restatement of Indian law Contempt of Court, op.cit., p. 119.
Section 19 (4) of the Contempt of Courts Act 1971
๘๘