๑๒ ส่วนที่ ๓ (ข้อ ๖-๒๗) กล่าวถึงสาระของสิทธิในส่วนที่เป็นพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ได้แก่ สิทธิในการ มีชีวิตอยู่ เสรีภาพจากการถูกทรมาน การห้ามบุคคลมิให้ตกอยู่ในสภาวะเยี่ยงทาส การห้ามบุคคลมิให้ถูกจับกุมโดย ตามอาเภอใจ การประติบัติต่อผู้ถูกลิดรอนเสรีภาพอย่างมีมนุ ษยธรรม ความเสมอภาคของบุคคลภายใต้กฎหมาย การห้ามมิให้มีการบังคับใช้กฎหมายอาญาย้อนหลัง การคุ้มครองเสรีภาพทางความคิด เสรีภาพในการแสดงความ คิดเห็นและการแสดงออก เป็นต้น ส่วนที่ ๔ (ข้อ ๒๘-๔๕) กล่าวถึงการจัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการ ตรวจสอบการประติบัติตามพันธกรณีที่กาหนดไว้ในกติกา รวมถึงพันธกรณีในการเสนอรายงานของรับภาคี การ ยอมรับอานาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และขั้นตอนการพิจารณาข้อร้องเรียน ส่วนที่ ๕ (ข้อ ๔๖-๔๗) ห้ามการตีความไปในทางขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศอื่น ๆ รวมทั้งการมิให้ตี วามในการที่จะลิดรอนสิทธิที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ส่วนที่ ๖ (ข้อ ๔๘-๕๓) กล่าวถึงการเข้าเป็นภาคี และการแก้ไขเพิ่มเติมกติกา ๒.๒.๒.๒ บทบัญญัติของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ใน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา กติ ก าระหว่ า งประเทศว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ พ ลเมื อ งและสิ ท ธิ ท างการเมื อ ง (ICCPR) ในส่ ว นที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ปรากฏอยู่ในข้อ ๑๔ และข้อ ๑๕ ดังต่อไปนี้๑๕ ข้อ ๑๔ ๑. บุคคลทั้งปวงย่อมเสมอกันในการพิจารณาของศาลและคณะตุ ลาการ ในการพิจารณา คดีอาญาซึ่งตน ต้องหาว่ากระทาผิด หรือการพิจารณาคดีเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของตน บุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิได้รับการพิจารณา อย่างเปิดเผยและเป็นธรรม โดยคณะตุลาการซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย มีอานาจ มีความเป็นอิสระ และเป็นกลาง สื่อมวลชนและสาธารณชนอาจถูกห้ามเข้าฟังการพิจารณาคดีทั้งหมดหรือบางส่วนก็ด้วยเหตุผลทางศีลธรรม ความ สงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความมั่น คงของชาติในสังคมประชาธิปไตยหรือ เพื่อความจาเป็นเกี่ยวกับส่วนได้ เสียในเรื่องชีวิตส่วนตัวของคู่กรณี หรื อในสภาพการณ์พิเศษซึ่งศาลเห็นว่า จาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อการพิจารณาโดย เปิดเผยนั้นอาจเป็นการเสื่อมเสียต่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม แต่คาพิพากษาในคดีอาญา หรือคาพิพากษาหรือ คาวินิจ ฉัย ข้อพิพาทในคดีอื่นต้องเปิดเผย เว้นแต่จาเป็นเพื่อประโยชน์ของเด็กและเยาวชน หรือเป็นกระบวน พิจารณาเกี่ยวด้วยข้อพิพาทของคู่สมรสในเรื่องการเป็นผู้ปกครองเด็ก ๑๕ อัจฉรา ฉายากุล และคณะ, พันธกรณีระหวางประเทศดานสิทธิมนุษยชน, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพการศาสนา, ๒๕๔๖, หนา ๑๕๔-๑๕๘

Select target paragraph3