คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้หยิบยกตรวจสอบ
การละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีเจ้าหน้าทีห่ น่วยงานความมัน่ คงมีคำ� สัง่ ให้ขบวนการ
ผูห้ ญิงปฏิรปู ประเทศไทย (We Move) ยุตกิ ารจัดเวทีนำ� เสนอร่างรัฐธรรมนูญ
และรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ โดยทีป่ ระชุม กสม. มีมติวา่ การกระท�ำ
ของเจ้าหน้าทีด่ งั กล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและมีมาตรการการแก้ไข
ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติและ
ผู้ว่าราชการจังหวัดอ�ำนาจเจริญต่อไป๑๑๑ ต่อมา กสม. ได้ออกแถลงการณ์
เมื่ อ วั น ที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๙ ว่ า นั บ จากวั น ที่ พ ระราชบั ญ ญั ติ ว ่ า ด้ ว ย
การออกเสียงประชามติรา่ งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙ บังคับใช้ได้มบี คุ คล กลุม่ บุคคล แสดงความคิดเห็นในทางสนับสนุน และไม่
สนับสนุนต่อร่างรัฐธรรมนูญ จนกระทั่งมีการควบคุมตัวด�ำเนินคดีต่อบุคคลที่แสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจ
น�ำไปสู่บรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ของสังคมไทยซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิรูปประเทศ จึงมีข้อเสนอให้รัฐเปิดโอกาสให้ประชาชน
ได้แสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญโดยสุจริตเพื่อให้ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ดูแลการปฏิบัติงานของ
เจ้าหน้าทีโ่ ดยเฉพาะการตีความเพือ่ มิให้เกิดความไม่เป็นธรรม สร้างความขัดแย้ง ความแตกแยกในสังคมเรียกร้องให้ประชาชนทุกภาคส่วน
ทีม่ คี วามเห็นต่าง ไม่ใช้สถานการณ์การรับฟังความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญเป็นเครือ่ งมือ ซึง่ จะท�ำลายบรรยากาศการแสดงความคิดเห็น
ต่อร่างรัฐธรรมนูญการรับฟังความเห็นของประชาชนควรเป็นไปตามหลักการสิทธิมนุษยชนทีถ่ อื ปฏิบตั กิ นั ตามพันธกรณีกติการะหว่าง
ประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง๑๑๒
สถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
การโพสต์ขอ้ ความส่วนตัวทางสาธารณะออกมายืนยันเจตนาของตนทีจ่ ะไม่รบั ร่างรัฐธรรมนูญ ซึง่ เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคล
แต่พบว่าเจ้าหน้าทีไ่ ด้เข้าห้ามไม่ให้ใส่เสือ้ ทีม่ ขี อ้ ความ “VOTE NO” ร่วมกิจกรรมสาธารณะและการจับกุมด�ำเนินคดีแก่นกั กิจกรรม NDM
ทีจ่ งั หวัดราชบุรโี ดยเจ้าหน้าทีต่ รวจค้นพบเอกสารรณรงค์ประชามติซงึ่ มีพฤติกรรมทีข่ ดั ต่อกฎหมายมาตรา ๖๑ วรรคสอง การจับกลุม่
ผูแ้ จกใบปลิวข้อความทีม่ สี ญั ลักษณ์ชสู ามนิว้ ว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ ๗ ส.ค. VOTE NO” รวมไปถึงการใช้คำ� สัง่
หัวหน้า คสช. ที่ ๑๓/๒๕๕๙ ควบคุมตัวนักศึกษาคนหนึง่ ข้อหาผิดพระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการออกเสียงประชามติรา่ งรัฐธรรมนูญฯ
มาตรา ๖๑ วรรคสองด้วย
ขณะเดียวกัน ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(ฉบับชัว่ คราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๔๕ ว่าพระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการออกเสียงประชามติรา่ งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙
มาตรา ๖๑ วรรคสอง มีปญ
ั หาเกีย่ วกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชัว่ คราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗๑๑๓
มาตรา ๔ หรือไม่ ซึง่ ศาลรัฐธรรมนูญฯ ได้วนิ จิ ฉัยแล้วว่า พระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการออกเสียงประชามติรา่ งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙
มาตรา ๖๑ วรรคสอง ไม่ ขั ด หรื อ แย้ ง ต่ อ รั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย (ฉบั บ ชั่ ว คราว) พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๕๗ บทที่
มาตรา ๔ จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ๓
นอกจากนี้ กลุม่ องค์กรและนักกิจกรรม ได้ยนื่ ฟ้องศาลปกครองขอให้เพิกถอนประกาศ กกต. เรือ่ งหลักเกณฑ์และวิธกี ารแสดงความ
คิดเห็นในการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๙ และขอให้ระงับการออกอากาศรายการ “๗ สิงหาคม ประชามติร่วมใจ”
ซึง่ ศาลปกครองมีคำ� สัง่ เมือ่ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ไม่รบั ค�ำฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า ผูย้ นื่ ค�ำร้องไม่ได้เป็นผูไ้ ด้รบั ความเสียหาย
โดยตรงจากประกาศดังกล่าว จนในที่สุด เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ ประธานกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการแสดง
ความเห็นการออกเสียงประเด็นร่างรัฐธรรมนูญพบว่า ประชาชนเห็นชอบกว่า ๑๖ ล้านคะแนน ไม่เห็นชอบกว่า ๑๐ ล้านคะแนน๑๑๔
ค�ำร้องที่ ๑๓๖/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
http://www.nhrc.or.th/NHRCT-Work/Statements-Press-Releases-Open-Letters/Statements/
๑๑๓
จาก เปิดค�ำวินจิ ฉัยกลาง ศาลรัฐธรรมนูญ ท�ำไม? ม.๖๑ วรรค ๒ ไม่ขดั รธน., โดย มติชนออนไลน์, ๒๕๕๙, สืบค้นจาก http://www.matichon.co.th/news/200114
๑๑๔
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๖๙ ก/หน้า ๑๑/๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๙
๑๑๑
๑๑๒
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
93
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙