๑) การบัญญัติรับรองสิทธิในความเป็นส่วนตัวรัฐธรรมนูญฯ ๒๕๕๐ มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่งได้บัญญัติให้สิทธิ
ของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชือ่ เสียง ตลอดจนความเป็นอยูส่ ว่ นตัวได้รบั ความคุม้ ครอง ในขณะทีร่ า่ งรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๓๕
วรรคหนึ่ง ได้รับรองสิทธิในความเป็นส่วนตัวเช่นเดียวกัน แต่การวางต�ำแหน่งของถ้อยค�ำมีการเปลี่ยนแปลงไป คือ ได้ก�ำหนด
ให้ค�ำว่า “สิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว” เป็นค�ำส�ำคัญล�ำดับแรก และตามด้วยค�ำว่า “เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว”
ซึ่งเป็นการท�ำให้การรับรองสิทธิในความเป็นส่วนตัวในรัฐธรรมนูญเกิดความชัดเจนและสอดคล้องกับ ICCPR ข้อ ๑๗ มากขึ้น
๒) รัฐธรรมนูญฯ ๒๕๕๐ มาตรา ๓๕ วรรคสอง ได้บัญญัติคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวจากการละเมิดหรือการ
กระท�ำในลักษณะทีเ่ ป็นการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึง่ ข้อความหรือภาพ ไม่วา่ ด้วยวิธใี ดไปยังสาธารณชน เว้นแต่กรณีทเี่ ป็น
ประโยชน์ต่อสาธารณะ อีกทั้งความในวรรคสามได้บัญญัติคุ้มครองจากการแสวงประโยชน์โดยมิชอบจากข้อมูลส่วนบุคคล
ตามที่กฎหมายบัญญัติ ส่วนในร่างรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๓๕ วรรคสอง ได้บัญญัติคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัว รวมถึง
ข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นเนื้อความในวรรคเดียวกันว่า การละเมิดหรือการกระท�ำใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อสิทธิในความเป็น
ส่วนตัว และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าในทางใดจะกระท�ำไม่ได้ เว้นแต่โดยอาศัยอ�ำนาจตามกฎหมายเท่าที่
จ�ำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งบทบัญญัติส่วนนี้ถือว่าเป็นการให้ความคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวอย่างกว้าง โดย
ไม่ระบุลกั ษณะของการละเมิดหรือการกระท�ำใด ๆ นอกจากนี้ การก�ำหนดข้อยกเว้นดังกล่าวถือว่าเป็นการสร้างเงือ่ นไขให้การ
ตรากฎหมายทีอ่ าจมีผลกระทบต่อสิทธิในความเป็นส่วนตัวหรือข้อมูลส่วนบุคคลต้องค�ำนึงถึงหลักความจ�ำเป็น แม้จะเป็นเรือ่ ง
ทีเ่ ป็นประโยชน์ตอ่ สาธารณะก็ตาม ซึง่ สอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนประจ�ำกติการะหว่างประเทศฯ
ข้อ ๑๗ ที่ว่า การแทรกแซงใด ๆ ก็ตามต่อสิทธิประการนี้ไม่อาจกระท�ำได้ยกเว้นในกรณีที่มีกฎหมายอนุญาตให้กระท�ำได้
และต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายซึ่งสอดคล้องกับบทบัญญัติ จุดมุ่งหมาย และวัตถุประสงค์ตาม ICCPR และรัฐธรรมนูญ
ที่ให้การรับรองและคุ้มครองไว้
หลังจากที่ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในปี ๒๕๕๘ แล้ว คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงดิจทิ ลั เพือ่ เศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานอืน่
ทีเ่ กีย่ วข้องน�ำร่างพระราชบัญญัตดิ งั กล่าวกลับไปพิจารณาอีกครัง้ หนึง่ โดยตลอด ปี ๒๕๕๙ ทีผ่ า่ นมายังไม่มกี ารเปิดเผยความคืบหน้า
ทีช่ ดั เจนว่าขัน้ ตอนการพิจารณาและเนือ้ หาของร่างพระราชบัญญัตฯิ เปลีย่ นแปลงไปอย่างไร และในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้มกี าร
เสนอร่างพระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการกระท�ำความผิดเกีย่ วกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพือ่ แก้ไขเพิม่ เติมพระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งมีบทบัญญัติบางประการก�ำหนดให้รัฐมีอ�ำนาจในการเข้าถึง
หรือระงับข้อมูลการติดต่อสือ่ สารของประชาชนได้อย่างกว้างขวางโดยไม่มเี งือ่ นไขการใช้ดลุ พินจิ ทีช่ ดั เจน เช่น อ�ำนาจการระงับ
การเผยแพร่ขอ้ มูลคอมพิวเตอร์ทไี่ ม่เป็นความผิดตามกฎหมายใด แต่มลี กั ษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของ
ประชาชน เป็นต้น จนท�ำให้เกิดกระแสวิพากษ์วจิ ารณ์วา่ อาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเกินความจ�ำเป็น
โดยเฉพาะสิทธิในเสรีภาพแห่งการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็น และสิทธิในความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล
ก่อให้เกิดการรณรงค์เพือ่ คัดค้านการแก้ไขเพิม่ เติมกฎหมายดังกล่าวผ่านเว็บไซต์และเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง๙๘
ในประเด็นเดียวกันนี้ กสม. ได้มีรายงานผลการพิจารณาเพื่อเสนอแนะนโยบายหรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายไปยัง
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี โดยเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ
ทีม่ กี ารยกร่างแก้ไขเพิม่ เติมนัน้ ควรบังคับใช้โดยค�ำนึงถึงความสอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งกฎหมายทีม่ งุ่ ป้องกัน ก�ำหนดฐาน
ความผิดและโทษส�ำหรับการกระท�ำความผิดต่อตัวระบบคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ในกรณีทเี่ ป็นบทบัญญัตทิ อี่ าจมีผลกระทบต่อ
สิทธิและเสรีภาพของประชาชน จะต้องบังคับใช้เป็นการทั่วไป โดยเปิดเผย และต้องกระท�ำเท่าที่จ�ำเป็น๙๙
๙๘
จาก หยุด#พรบ.คอม หยุดกฎหมายล้วงข้อมูลส่วนบุคคล, โดย เครือข่ายพลเมืองเน็ต, ๒๕๕๙, สืบค้นจาก http://www.change.org/p/หยุด-พ.ร.บ.คอม-หยุดกฎหมาย
ล้วงข้อมูลส่วนบุคคล
๙๙
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, รายงานผลการพิจารณาเพื่อเสนอแนะนโยบายหรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการ
กระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... , รายงานเลขที่ ๑๖๐/๒๕๕๙
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
88
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙